รู้จักเจ้า “คุกกี้คัตเตอร์” สายพันธุ์ฉลามน้ำลึก (ตัวเล็ก-แต่โคตรดุ) พร้อมบวกทุกตัวในทะเล

“ฉลามคุกกี้คัตเตอร์” (Cookiecutter sharks) แม้ชื่อจะฟังดูน่ารัก แต่มันถูกตั้งมาจากนิสัยสุดเถื่อนที่ชอบงับและฉีกเนื้อของสัตว์ชนิดอื่นออกมาเป็นชิ้นเนื้อเล็ก ๆ ลักษณะเหมือนคุกกี้ โดยงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Scientific Reports เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมาระบุว่า เจ้าฉลามชนิดนี้เป็นสัตว์ก้าวร้าวและสามารถโจมตีสัตว์ในทะเลได้ทุกตัว ! (ฉลามขาวที่ว่าโหดมันก็เคยบวกมาแล้ว)

ฉลามคุกกี้คัตเตอร์ (Cookiecutter sharks)

โดยเจ้าฉลามนัยน์ตาสีเขียวหน้าตาประหลาดนี้ เป็นสายพันธ์ุฉลามจิ๋วที่มีขนาดยาวเพียง 50 ซม. มีจุดเด่นอยู่ที่ฟัน โดยจะใช้ฟันบนเป็นตัวล็อกเหยื่อก่อนจะใช้ฟันล่างที่คมราวกับมีดกัดที่ร่างกายของเหยื่อให้เป็นรอยแหว่งกลม ๆ นอกจากนี้ฉลามคุกกี้คัตเตอร์ยังจัดเป็นสัตว์ปรสิตเพราะมักจะกัดเหยื่อที่มีขนาดใหญ่มากกว่าตัวมันเองถึง 10 เท่า

ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์มักพบรอยกัดที่บ่งบอกว่าเป็นฝีมือของฉลามคุกกี้คัตเตอร์ อยู่บนร่างกายของสัตว์หลายชนิด อาทิ ฉลามขาว ทูน่าครีบน้ำเงิน และโลมากระโดด ซึ่งมันไม่ได้เลือกโจมตีเฉพาะสัตว์ใหญ่เท่านั้น เพราะงานวิจัยเผยว่า เจ้าฉลามจิ๋วชนิดนี้ก็กินสัตว์เล็กด้วยเช่นกัน

วีรกรรมของฉลามคุกกี้คัตเตอร์ที่บ่งบอกว่าพวกมันสู้ได้ทุกไซซ์จริง ๆ

โดยทั่วไปแล้วฉลามคุกกี้คัตเตอร์ มักอาศัยอยู่ในน่านน้ำเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน อาศัยอยู่ในความลึกประมาณ 1,000–3,000 เมตร แต่จะว่ายขึ้นมาใกล้ระดับพื้นผิวน้ำในตอนกลางคืน ซึ่งนี่เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์ส่วนใหญ่มักพบเจอพวกมันได้

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารของฉลามคุกกี้คัตเตอร์มากนัก ดังนั้น เพื่อการศึกษา นักวิจัยจึงได้เก็บตัวอย่างจากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมอนเทอเรย์เบย์มา 14 ตัว ซึ่งในตอนแรกพวกเขาพบว่า กระเพาะอาหารของสัตว์ตัวอย่างไม่มีอาหารอยู่เลย ทำให้นักวิจัยต้องตรวจดูจากองค์ประกอบทางเคมีในเนื้อเยื่อของพวกมันว่ากินอะไรไปบ้าง ประกอบกับการศึกษาผ่านเครื่องมือที่เรียกว่า “ดีเอ็นเอสิ่งแวดล้อม” (eDNA) ด้วย

ศาสตราจารย์แอรอน คาร์ไลเซิล ผู้เขียนงานวิจัยนี้อธิบายว่า “สัตว์น้ำทุกชนิดที่ว่ายอยู่ในมหาสมุทรจะหลั่งสารดีเอ็นเอ-ออกมาในน้ำ ดังนั้น หากเก็บตัวอย่างของน้ำในบริเวณดังกล่าว เราจะสามารถสกัดดีเอ็นเอของทุกสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในมวลน้ำนั้นออกมาได้ ซึ่งเราได้เก็บตัวอย่างดังกล่าวมาจากท้องของฉลามคุกกี้คัตเตอร์ด้วยนั่นเอง”

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้กลับสวนทางกับความเข้าใจเดิมของนักวิจัย โดยพวกเขาพบว่า อาหารส่วนใหญ่ของฉลามชนิดนี้เป็นสัตว์ขนาดเล็กกว่าที่มักอาศัยอยู่ในระดับลึกกว่าปกติ อาทิ กุ้ง ปลาหมึก ครัสเตเชียน และปลาขนาดเล็ก มิหนำซ้ำ การแทะเล็มสัตว์ใหญ่ที่เข้าใจกันว่าเป็นอาหารหลัก กลับเป็นเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของอาหารที่พวกมันกิน แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ชัดเจนว่าฉลามคุกกี้คัตเตอร์ในบริเวณอื่นของโลกจะกินอาหารในลักษณะเดียวกันหรือไม่ เพราะการทดลองครั้งนี้เกิดขึ้นจากการเก็บตัวอย่างในพื้นที่จำกัดนั่นเอง

เพิ่มเพื่อน