COVID-19 ไม่ใช่หวัดธรรมดา – เผยภาพปอดของผู้ติดเชื้อ อาการรุนแรงจนเสียชีวิต

ดูเหมือนสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทยเริ่มมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ บางคนอาจจะมองมันก็เหมือนกับไข้หวัดธรรมดานี่แหละ แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียวนะครับ และนั่นยิ่งทำให้มันน่ากลัวมากขึ้นด้วย

covid-19

จากข้อมูลบนเว็บไซต์ Science Alert เผยว่าอาการโดยทั่วไปของ COVID-19 จะมีความคล้ายคลึงกับโรคไข้หวัดใหญ่ หลังจากติดเชื้อแล้ว ไวรัส SARS-CoV 2 จะสามารถซ่อนอยู่ในร่างกายได้นานประมาณ 5 วัน ก่อนจะเริ่มแสดงอาการ (ซึ่งระยะเวลาฟักตัวของเชื้อนี้ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วครับ) โดยอาการที่เกิดขึ้นมักจะไม่รุนแรง เช่น ปวดศีรษะ, มีไข้, ไอ, เจ็บคอ หรือปวดเมื่อยตามตัว ดู ๆ ไปมันก็เหมือนกับอาการของไข้หวัดจริง ๆ นั่นแหละ

การแพร่ระบาดและการเสียชีวิต

แต่จุดที่แตกต่างระหว่างโรค COVID-19 และไข้หวัด คืออัตราการแพร่ระบาด ประมาณว่าหากมีผู้ป่วยที่สามารถแพร่เชื้ออยู่ 1 คน ถ้าผู้ป่วยเป็น COVID-19 จะสามารถแพร่กระจายเชื้อไปยังผู้อื่นได้อีก 2-3 คน ในขณะที่ถ้าผู้ป่วยเป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา จะแพร่กระจายเชื้อไปยังผู้อื่นได้อีก 1.3 คน นั่นหมายความว่าอัตราการแพร่เชื้อของผู้ป่วย COVID-19 มากกว่าไข้หวัดถึง 2 เท่าเลยครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ COVID-19 มีความรุนแรงมากกว่า คือผลสำรวจและวิเคราะห์อัตราการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อ คุณหมอแอนโทนี ฟูซี (Anthony Fauci) จากสถานบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ สหรัฐฯ ได้กล่าวในงานประชุมสุขภาพเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2020 ว่า COVID-19 มีความรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดาถึง 10 เท่า ด้วยอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 3.4% อีกทั้งการแพร่ระบาดของโรคนี้ยังเกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้าง การกระจายของเชื้อค่อนข้างยากแก่การควบคุมหากไม่มีมาตรการที่เด็ดขาดครับ

covid-19

 

อาการที่น่ากลัวของ COVID-19

อย่างที่ผมได้กล่าวไว้ข้างต้น อาการโดยทั่วไปของ COVID-19 อาจคล้ายคลึงกับไข้หวัด แต่มันมีความแตกต่างในส่วนของภาวะที่เกิดขึ้นต่อระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากไวรัส SARS-CoV 2 ชอบเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจเป็นอย่างมาก ดังนั้น ทำเลหลักของเชื้อจึงอยู่ในปอด และอาการจะรุนแรงมากกว่าระบบอวัยวะอื่นครับ

ขอยกตัวอย่างเคสผู้ป่วยรายหนึ่ง จากเว็บไซต์ Standard เป็นชายชาวจีนจากเมืองอู่ฮั่น อายุ 44 ปี ได้เข้ารับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่อาการยังทรุดหนักลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งเสียชีวิตจากทางเดินหายใจล้มเหลว จึงมีการเผยแพร่ภาพ X-ray และ CT scan จากปอดของผู้ป่วยเพื่อใช้ในการศึกษาครับ

covid-19 covid

ผลก็เป็นดังภาพด้านบนครับ ในภาพ B, C, D และ E จะเห็นว่ามีจุดสีขาวอยู่หลายจุดในบริเวณที่ควรมีสีดำ ซึ่งลักษณะนั้นเกิดจากการอักเสบและเป็นพังผืดของเนื้อปอด เรียกลักษณะรอยโรคแบบนี้ว่า Ground glass pattern ซึ่งปกติผมเองเคยเห็นลักษณะปอดแบบนี้ในผู้ป่วยโรคเอดส์ที่ติดเชื้อในปอด แต่ตอนนี้มันสามารถพบได้ในผู้ป่วย COVID-19 แล้ว

เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังสักนิดเกี่ยวกับผู้ป่วยที่เป็น Ground glass pattern ในปอดนะครับ ตอนนั้นที่ผมเจอผู้ป่วยครั้งแรกเขามีอายุราว ๆ 23-24 ปี เข้ามารับการรักษาตัวในตึกผู้ป่วยอายุรกรรมด้วยอาการหายใจหอบเหนื่อยอย่างมาก จากนั้นได้มีการตรวจวัดค่าอออกซิเจน พบว่าค่อนข้างต่ำแต่อาการของผู้ป่วยยังดูดีอยู่ (อันนี้เขาบอกเองเลย) จึงไม่ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ แต่พอผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงอาการของผู้ป่วยเริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งระบบหายใจล้มเหลวจนเสียชีวิตภายในคืนนั้นเลย ซึ่งตามความเข้าใจผมคิดว่าลักษณะที่เกิดขึ้นกับ COVID-19 คงไม่ต่างจากผู้ป่วยรายนี้แน่นอน

covid-19

สรุป – จากประกาศของ WHO เผยว่าผู้ป่วย 80-90% มักจะมีอาการเพียงเล็กน้อยและสามารถหายเองได้เมื่อได้รับการรักษาแบบประคับประคองอย่างถูกต้อง ทั้งนี้จะมีแค่ผู้ป่วยบางกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรง ได้แก่ ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว หากติดเชื้อจะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม การป้องกันคือสิ่งที่ดีที่สุดครับ ควรหลีกเลี่ยงการสัญจรในพื้นที่แออัดผู้คน และอย่าลืมล้างมือทุกครั้งหากหยิบจับสิ่งของในพื้นที่สาธารณะและทุกครั้งหลังไอจามครับ

Fact – เชื้อที่ทำให้เกิด Ground glass pattern ในผู้ป่วยติดเชื้อ HIV หรือผู้ป่วยโรคเอดส์คือ Pneumocystis jiroveci หรือบางคนรู้จักกันในชื่อ Pneumocystis carinii เป็นเชื้อราที่มีลักษณะเหมือนยีสต์ จัดอยู่ในกลุ่มเชื้อฉวยโอกาส (Opportunistic organism) ไม่ค่อยพบการติดเชื้อในผู้ที่ภูมิคุ้มกันปกติดี