ปรากฏการณ์ (Cross Sea) “คลื่นสี่เหลี่ยม” สุดสะดุดตาแบบนี้ เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

ปรากฏการณ์ “คลื่นสี่เหลี่ยม” (Cross Sea) คือสัญญาณเตือนภัยชั้นดีที่บอกว่า “เมื่อคุณเห็นมันเมื่อไหร่ ต้องรีบขึ้นจากน้ำทันที ไม่อย่างนั้นชีวิตคุณอาจตกอยู่ในอันตรายได้ !”

นั่นเพราะ หากมองจากมุมสูงแบบในรูปอาจดูเหมือนคลื่นนั้นต่ำ แต่ความจริงมันอาจสูงได้ถึง 3 เมตรและมีความเร็วจนเกิดเป็นแรงกระทบมหาศาล ซึ่งหากคุณไม่รีบขึ้นฝั่งแล้วล่ะก็ คุณจะติดอยู่ในช่องสี่เหลี่ยมที่คุณไม่มีทางว่ายออกมาได้ หรือหากเป็นเรือก็จะถูกคลื่นสูงซัดจากทุกทิศทาง จนอาจทำให้เรืออับปางได้เลยทีเดียว

โดยเกิดจาก “คลื่นทะเลสะสม 2 แห่ง” ซึ่งถูกพัดมาจากระยะไกลหลายกิโลเมตรแบบต่อเนื่อง และเมื่อมาบรรจบกันในพื้นที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ทำให้คลื่นที่มาจากทะเลที่สวนทิศทางกันจะเกิดเป็นการชนกันของคลื่นในแนวทแยง จนดูเหมือนตารางหมากรุกแบบนี้นั่นเอง

ตามทฤษฎีแล้ว ปรากฏการณ์คลื่นสี่เหลี่ยมสามารถเกิดขึ้นได้ในเขตน้ำตื้นทั่วโลก แต่ความเป็นจริงไม่มีใครเคยพบเห็นคลื่นลักษณะนี้ในบริเวณอื่นเลย นอกจากเกาะไอล์ (Île de Ré) ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศฝรั่งเศส ใกล้กับชายฝั่งของเมือง ลารอแชล (La Rochelle)

เนื่องจากเกาะไอล์ตั้งอยู่ในพื้นที่-ที่กระแสน้ำจากทะเลทั้ง 2 แห่งมาบรรจบกัน และด้วยสภาพอากาศ (ลม) ของทะเลทั้ง 2 ที่แตกต่างกันจึงยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้บ่อยครั้งนั่นเอง (แต่ก็เกิดขึ้นไม่กี่ครั้งต่อปี ไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา และเมื่อเกิดขึ้นก็เพียงแป๊ปเดียวไม่ถึงชั่วโมงครับ)

อ่อและอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญก่อนจะเกิด Cross Sea ก็คือ คลื่นลมทะเลจะเร็วและรุนแรงขึ้นกว่าลมท้องถิ่นทั่วไปจนสังเกตได้ เพราะอากาศบนผิวน้ำทะเลจะเกิดการแปรปรวนอย่างฉับพลัน จนเกิดเป็นความกดอากาศที่มากกว่าบนชายฝั่ง  ส่งผลให้อากาศบนพื้นน้ำทะเลที่มีความกดอากาศสูงวิ่งเข้าหาชายฝั่งที่มีความกดอากาศต่ำ เกิดเป็นลมทะเลแบบแปรปรวนนั่นเอง

Fact – “Boiling Lake” ทะเลสาบเดือด ตั้งอยู่ในเขตวนอุทยานแห่งชาติ Morne Trois Pitons National Park ประเทศโดมินิกา มีความร้อน ณ ริบทะเลสาบประมาณ 82–92 °C (ไม่สามารถวัดความร้อนที่ใจกลางทะเลสาบได้)