ไขปริศนา – ประติมากรรมรูป “เสา” ที่เกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อ 7 แสนปีก่อน

ย้อนไปเมื่อปี ค.ศ.1941 ระหว่างการสำรวจพื้นที่เพื่อจะสร้างอ่างเก็บบริเวณทะเลสาบโครว์ลีย์ (Crowley Lake) รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา นักสำรวจได้พบกับเสารูปทรงเกลียวเรียงตัวกันอยู่ทั่วชายฝั่งของทะเลสาบราวกับเป็นประติมากรรมที่สร้างขึ้นในวัดโบราณ แต่แท้จริงแล้วเป็นฝีมือของธรรมชาติล้วน ๆ แถมยังมาพร้อมกับความสงสัยว่า เสาเหล่านี้นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน ?

โดยเสาเหล่านี้ว่ากันว่าอาจมีมากถึง 5,000 ต้น บนเนื้อที่กว่า 4,000 ไร่ เรียงตัวกันเป็นกระจุกที่มีรูปร่างและขนาดต่างกัน เสาบางต้นตั้งตรงยาว ในขณะที่บางต้นโค้งงอเอียง อีกทั้งยังมีสีสันที่ต่างกัน โดยส่วนใหญ่จะเป็นสีเทาและบางส่วนเป็นสีส้มอมแดง มีขนาดสูงตั้งแต่ 4.5-6 เมตร บริเวณลำต้นจะมีลักษณะเป็นปล้อง ส่วนบนของเสาเชื่อมติดกันเหมือนพังผืด แถมเสาส่วนใหญ่ยังเรียงตัวห่างกันอย่างสมมาตรอีกด้วย

ซึ่งก่อนหน้านี้ ไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดถึงการก่อตัวของเสาเหล่านี้ โดยมีบางทฤษฎีที่เชื่อว่า เสาทั้งหมดเป็นหินที่ถูกกัดเซาะจนกลายเป็นเกลียวโค้งที่เรียงกันอย่างสมบูรณ์ ในขณะที่อีกทฤษฎีก็เชื่อว่า เสาดังกล่าวอาจเป็นผลจากภูเขาไฟที่เคยปะทุในพื้นที่แถบนี้ ดังนั้น เพื่อให้ได้คำตอบนักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียจึงได้เริ่มทำการตรวจสอบ โดยการวิเคราะห์ด้วยรังสีเอกซ์และกล้องจุลทรรศน์อิเล็กทรอนิกส์

ผลลัพธ์ที่ได้พบว่า เสาเหล่านี้เกิดขึ้นจากหิมะที่ละลายกลายเป็นน้ำเย็นจัดไหลลงสู่หินเถ้าภูเขาไฟ (Tuff) ทำให้เกิดรูเล็ก ๆ ในเถ้าร้อน จากนั้นน้ำร้อนและไอน้ำจะพุ่งออกจากรูดังกล่าว จนเมื่อทั้งหมดเย็นตัวลงจึงเผยให้เห็นรอยแยกเล็ก ๆ บนเสา ซึ่งถูกเชื่อมกันด้วยแร่ธาตุที่มีคุณสมบัติต้านทานการกัดเซาะของคลื่นได้ โดยนักวิจัยเรียกกระบวนการที่เกิดขึ้นนี้ว่า “เซลล์พาความร้อนที่มีระยะห่างเท่ากัน” คล้ายกับการพาความร้อนในท่อความร้อน (Heat pipe) นั่นเอง

ทั้งนี้ ในพื้นที่ดังกล่าวเคยเกิดการระเบิดของภูเขาไฟครั้งใหญ่เมื่อ 760,000 ปีก่อน โดยนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าการระเบิดครั้งนี้มีขนาดใหญ่มากกว่า 2,000 เท่า เมื่อเทียบกับการระเบิดของภูเขาไฟเซนต์เฮเลนส์เมื่อปี 1980 ซึ่งผลพลอยได้คือ เกิดเป็นแอ่งภูเขาไฟ Long Valley ที่กลายมาเป็นอ่างเก็บน้ำโครว์ลีย์ในปัจจุบัน

โนอาห์ แรนดอล์ฟ-แฟลกก์ หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวว่า “เสาที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นผลงานที่น่าทึ่ง จากการทดลองทางฟิสิกส์ด้วยธรรมชาติ โดยอาศัยการพาความร้อนแบบ ‘ไฮโดรเทอร์มอล’ ซึ่งไม่เพียงแต่การค้นพบที่มาของเสาเท่านั้น การศึกษาครั้งนี้ยังทำให้เราได้ข้อมูลมากมายว่า ภูมิภาคนี้เป็นอย่างไรในช่วงก่อนและหลังแอ่งภูเขาไฟระเบิด อีกทั้งผลที่เกิดขึ้นจากภูเขาไฟนั้นสามารถเปลี่ยนภูมิประเทศโดยรอบได้อย่างไรบ้าง”

เพิ่มเพื่อน