นักวิจัยคิดค้น “Darobactin” ยาปฏิชีวนะตัวใหม่ในรอบ 60 ปี ฆ่าเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ News Medical เผยว่าทีมนักวิจัยจากสหรัฐอเมริกา ได้คิดค้นยาปฏิชีวนะ “Darobactin” ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียแกรมลบตัวใหม่ในรอบ 60 ปี

Gram negative bacteria
แบคทีเรียแกรมลบ

ตั้งแต่ปี 1960 เป็นต้นมา ยังไม่มีการคิดค้นยาปฏิชีวนะตัวใหม่ ที่ใช้ต่อกรกับเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ (Gram Negative Bacteria) อีกทั้งในปัจจุบันมีเชื้อที่ดื้อยามากขึ้น เชื้อบ้าน ๆ อย่าง E.Coli ซึ่งเป็นแบคทีเรียประจำถิ่นในลำไส้มนุษย์ เมื่อดื้อยาแล้วจะกำจัดได้ยากมาก เรียกได้ว่ายาที่มีอยู่ในตอนนี้ไม่สามารถทำลายมันได้เลย

ในงานวิจัยดังกล่าว ได้มีการสกัดเปปไทด์ตัวอย่างจากพยาธิตัวกลม (Nematode) ที่เป็นปรสิตในแมลง โดยพยาธิเหล่านี้ได้สร้างสารบางอย่างขึ้นเพื่อป้องกันตนเองจากเชื้อ E.Coli ในแมลงอีกที ซึ่งสารนั้นได้นำมาทำเป็นยา Darobactin นั่นเองครับ

Darobactin
โครงสร้างทางเคมีของ Darobactin

ยาชนิดนี้จะออกฤทธิ์จับกับโปรตีน BamA ซึ่งอยู่ที่เยื่อหุ้มชั้นนอกของแบคทีเรีย ส่งผลให้การสร้างเยื่อหุ้มชั้นนอกถูกรบกวน และแบคทีเรียจะตายในที่สุด (ออกฤทธิ์คล้ายกับการออกฤทธิ์ของยา Beta-Lactam ที่ใช้ฆ่าเชื้อแบคทีเรียแกรมบวก) ดังนั้น ความสามารถในการฆ่าเชื้อ หรือสเปกตรัมของยา จะครอบคลุมตั้งแต่แบคทีเรียแกรมลบทั่วไป ไปจนถึง Pseudomonas aerugenosa, E.Coli, Klebsiella pneumoniae ที่ดื้อยา

หลังจากนี้คงต้องรอให้ถึงขั้นตอนที่ยาสามารถนำมาใช้ได้อย่างเป็นทางการ คาดว่า Darobactin จะกลายเป็นยาปฏิชีวนะตัวหลักที่ใช้ในการรักษาเชื้อดื้อยาครับ

Fact – แบคทีเรียแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ ได้แก่ แกรมบวก และแกรมลบ จำแนกจากการย้อมติดสี โดยเชื้อแบคทีเรียแกรมบวกจะมีผนังเซลล์ เป็นสารประกอบเปปติโดไกลแคน (Peptidoglycan) ซึ่งย่อมติดม่วงของสีย้อม Crystal violet ที่ย้อมเป็นสีแรกสุด และไม่ถูกชะล้างด้วย 95% Alcohol ส่วนแบคทีเรียแกรมลบ จะไม่มีผนังเซลล์ มีแต่เยื่อหุ้มเซลล์และชั้นลิปิดหนา ๆ เยื่อหุ้มชั้นนอกที่ย้อมติดสี Crystal violet จะหลุดออกเมื่อล้างด้วย 95% Alcohol และเมื่อย้อม Safranin ตามทีหลัง เยื่อหุ้มที่ยังเหลืออยู่จะติดสีแดงนั่นเอง