กำไลหิน อายุ 50,000 ปี สร้างโดยมนุษย์โบราณที่อาจฉลาดกว่าเรา

ย้อนไปในปี 2008 นักโบราณคดีได้ขุดพบ “กำไลข้อมือหินสีดำอมเขียว” ภายในถ้ำเดนิโซว่า แถบเทือกเขาอัลไต ภูมิภาคไซบีเรีย จากการตรวจสอบพบว่า กำไลข้อมือดังกล่าวอาจมีอายุเก่าแก่กว่า 40,000-50,000 ปี ทำให้มันกลายเป็น “เครื่องประดับที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ”

นอกจากนั้นพวกเขาเชื่อว่า มันถูกสร้างขึ้นโดยสายพันธุ์มนุษย์โบราณที่หายสาบสูญไปนานแล้ว หรือจะเรียกว่าตำนานก็คงไม่เวอร์วังอะไร ซึ่งก็คือ มนุษย์เดนิโซวาน (Denisovans) นั่นเองครับ

แล้วการค้นพบครั้งนี้สำคัญอย่างไร ? ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนว่า สายพันธุ์มนุษย์โบราณโดยหลักฐานปัจจุบันนั้นมีการแยกสปีชีส์หลัก ๆ ออกเป็น 3 ตระกูลคือ

  1. โฮโมเซเปียนส์ (Homo Sapiens)
  2. นีแอนเดอร์ทัล (Neanderthal)
  3. เดนิโซวาน (Denisovans

ซึ่งในการแข่งขันเอาชีวิตแน่นอนว่าพวกเรา (โฮโมเซเปียนส์) เป็นฝ่ายชนะ ส่วนนีแอนเดอร์ทัลและเดนิโซวานต้องสูญพันธุ์ไป โดยนักโบราณคดีเชื่อว่าเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเราชนะ คือพวกเราฉลาดกว่าและมีเครื่องมือที่ซับซ้อนมากกว่า

แต่ทว่าหลังจากที่กำไลหินเส้นนี้ถูกพบ และถูกนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดพวกเขาก็พบว่า มันมีกระบวนการสร้างขึ้นที่ซับซ้อนมาก ซึ่งเชื่อว่ามีการใช้เครื่องมือที่ล้ำหน้ามากกว่าที่เราเคยคาดคิดครับ และเมื่อนำกำไลที่ถูกสร้างขึ้นโดย โฮโมเซเปียนส์ บรรพบุรุษของเรามาเปรียบเทียบพบว่า มันมีการออกแบบที่ไม่ซับซ้อน ยังห่างชั้นกับของ เดนิโซวาน อยู่มากโข

หมายความว่า – มนุษย์เดนิโซวานอาจฉลาดมากกว่าที่เราเคยคิด และยังอาจฉลาดมากกว่าสายพันธุ์ของพวกเราในตอนนั้นหลายเท่าด้วยครับ !!!

ข้อมูลกำไลหินเดนิโซวาน : หนาเพียง 0.9 ซม. สูง 2.7 ซม. มีความกว้าง 7 ซม. บนตัวกำไลมีรูขนาด 0.8 ซม. ที่ถูกเจาะอย่างประณีต ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่ารูดังกล่าวเกิดขึ้นจากเครื่องมือประเภทสว่านที่มีรอบหมุนสูง ! ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ควรจะมีในยุคนั้น เพราะเครื่องมือของมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุดที่เราเคยค้นพบ มีอายุเพียงสองหมื่นปีเท่านั้น หมายความว่าเดนิโซวานอาจล้ำหน้ากว่าบรรพบุรุษของพวกเราหลายหมื่นปีเลยทีเดียว

นอกจากนั้น บนผิวชั้นบนนอกของกำไลยังมีลักษณะมันเงา อันเกิดจากการขัดถูด้วยสารบางอย่าง ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าน่าจะเกิดจากวัตถุดิบอย่างขี้ผึ้งหรือไขของสัตว์ ไม่ว่ามันจะบังเอิญหรือไม่ ? แต่การทำให้เครื่องประดับขึ้นเงาเช่นนี้ไม่เพียงล้ำหน้า แต่ยังแสดงให้เห็นว่ามนุษย์เดนิโซวานก็มีทัศนคติชื่นชมต่อสิ่งแวววาวเช่นเดียวกับมนุษย์ยุคปัจจุบัน

แถมส่วนประกอบของหินที่นำมาทำกำไลก็ยังเต็มไปด้วย คลอไรต์ (Chlorite) ทำให้เป็นประกายสีเขียวเมื่อถูกแสง แต่คลอไรต์เป็นแร่ที่หายากมาก บ่งบอกว่ามีความเป็นไปได้สูงที่มันจะถูกนำเข้ามาจากที่อื่น ที่ไกลออกไปอย่างน้อย 150 ไมล์ และด้วยความซับซ้อนและความหายากของมัน ทำให้นักโบราณคดีเชื่อว่ามันน่าจะถูกทำขึ้นเพื่อโอกาสพิเศษบางอย่างจริง ๆ

จากหลักฐานทั้งหมดบ่งบอกว่า มนุษย์เดนิโซวานมีความล้ำหน้ามาก อาจมากยิ่งกว่าโฮโมเซเปียนส์ในช่วงเวลาเดียวกัน จึงถือเป็นเรื่องน่าศึกษาต่อ ? เพราะการค้นพบในครั้งนี้ทำให้ หลาย ๆ เรื่องเริ่มคลุมเคลือ รวมถึงคำตอบที่แท้จริงของคำถามที่ว่า เพราะเราฉลาดกว่าพวกเขาจึงทำให้เราไม่สูญพันธุ์เหมือนพวกเขา จริง ๆ หรอ ?

Fact – Homo sapiens มาจากภาษาละติน (Homo แปลว่า มนุษย์) + (Sapiens แปลว่า ปัญญา) เมื่อนำทั้งสองคำมารวมกัน “Homo sapiens” จึงหมายถึง “มนุษย์ผู้ชาญฉลาด” นั่นเอง

อ่านต่อ – เผยภาพใบหน้าที่แท้จริงของ มนุษย์เดนิโซวาน

14 E-book Flagfrog