นี่คือ “ว่าวทะเลทราย” (Desert Kites) กับดักขนาดใหญ่อายุ 6,000 ปี ที่ถูกสร้างทิ้งไว้โดยมนุษย์ยุคหิน

เมื่อปี ค.ศ.1920 นักบินกองทัพอากาศสหราชอาณาจักรได้บินอยู่เหนือทะเลทรายของประเทศอิสราเอล จอร์แดน และอียิปต์ ซึ่ง ณ จุดนั้นพวกเขาได้เห็นสัญลักษณ์แปลก ๆ ที่พวกเขาเรียกกันว่า “ว่าวทะเลทราย” (Desert Kites) ตามรูปร่างของมัน และแม้มันจะสร้างความสงสัยให้ผู้คนจากโลกตะวันตก แต่กับชาวเบดูอินท้องถิ่น พวกเขารู้จักสิ่งเหล่านี้มาแล้วหลายพันปี

ว่าวทะเลทราย

โดยนับตั้งแต่ครั้งนั้น ต่อมามีการค้นพบว่าวทะเลทรายอีกมากมายกว่า 2,000 ตัว ที่กระจายอยู่ทั่วคาบสมุทรอาหรับและไซนาย ซึ่งหลังจากการตรวจสอบทราบว่าโครงสร้างเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นในช่วง 4,000-2,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช แต่ที่เก่าแก่ที่สุดอาจย้อนไปไกลกว่า 8,000 ปีก่อนคริสต์ศักราชเลยทีเดียว โดยการสำรวจและวิเคราะห์โครงสร้างทั้งหมด นักโบราณคดีจึงสันนิษฐานว่า-ว่าวทะเลทรายพวกนี้ถูกใช้เป็นกับดักเพื่อจับสัตว์จำนวนมาก

ซึ่งโครงสร้างของว่าวทะเลทราย ประกอบด้วยผนังหินสองฝั่งที่มีความหนาและสูงต่างกันไป แถมยังทอดยาวไปไกลหลายร้อยเมตร-หลายกิโลเมตร โดยปากทางเข้าของกับดักจะมีลักษณะคล้ายตัว V เพื่อให้สัตว์เข้าง่ายแต่ออกยาก และภายในจะมีหลุมดักมีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 2-3 เมตร ไปจนถึง 100 เมตร ลึกประมาณ 6-15 เมตร ซึ่งลึกพอที่สัตว์จะไม่สามารถกระโดดหนีได้ ซึ่งเรียกหลุมนี้ว่า “พื้นที่สังหาร”

การต้อนสัตว์

ต่อมาในปี 2011 ทีมนักโบราณคดีจากอิสราเอลและสหรัฐฯ ได้ขุดพบซากของกาเซลล์สายพันธุ์เปอร์เซียที่ชื่อว่า “Gazella Subguttyroza” อายุประมาณ 4,000 ปี ก่อนคริสต์ศักราช บริเวณใกล้ ๆ กับว่าวทะเลทราย ดังนั้นการค้นพบครั้งนี้จึงเป็นหลักฐานยืนยันว่า โครงสร้างลึกลับนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อการล่าสัตว์โดยมนุษย์ยุคหินใหม่จริง ๆ

นอกจากนี้ อีกหนึ่งสิ่งที่ทำในนักโบราณคดีรู้สึกทึ่งกับว่าวทะเลทรายคือ ความเข้าใจพฤติกรรมสัตว์ของมนุษย์ยุคนั้น ที่ทำให้สามารถสร้างกับดักล่าสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพขนาดนี้ โดยวิธีการล่าลักษณะนี้จะต้องใช้คนจำนวนมาก แบ่งเป็นฝ่ายไล่ต้อนฝูงสัตว์ และฝ่ายดักรอฆ่าสัตว์ที่เข้ามายังพื้นที่สังหาร

อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2013 งานวิจัยของ Quaternary International สำรวจพบโครงกระดูกของกาเซลล์หายากหลายชนิดทั้ง Gazella Subguttyroza, Gazella Dorcas และ Gazella Arabica ในว่าวทะเลทรายของซีเรียโดยปัจจุบันพวกมันถูกจัดอยู่ในสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งนั่นทำให้นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า “เป็นไปได้ที่คนในยุคก่อนอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สัตว์สายพันธุ์ดังกล่าวลดจำนวนลงไปมาก จนกลายมาเป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในปัจจุบัน”

(ภาพซ้าย) กาเซลล์พันธุ์เปอร์เซีย Gazella Subguttyroza, (ภาพขวา) หลุมและห้องขังหินภายในว่าวที่ใช้สำหรับดักจับสัตว์

Fact – ยุคหิน หมายถึง ช่วงเวลาสมัยบรรพบุรุษมนุษย์สร้างเครื่องมือจากหิน ไม้ และกระดูก หรือวัสดุอื่น ๆ เป็นเครื่องมือในการดำรงชีวิต แบ่งเป็นยุคหินเก่า ยุคหินกลาง และยุคหินใหม่ โดยแต่ละยุคจะเป็นวิวัฒนาการการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน เริ่มที่ยุคหินเก่า-เริ่มรู้จักศิลปะวาดภาพสัตว์บนผนังถ้ำมีพิธีฝังศพ อาศัยอยู่ในถ้ำ อยู่กันเป็นครอบครัวแต่ยังไม่เป็นชุมชน และใช้เครื่องมือหินแบบหยาบๆ

ถัดมายุคหินกลาง-เริ่มมีการนำวัสดุธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ เช่น ทำตะกร้าสาน ทำรถลาก และเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำด้วยหินก็มีความประณีตมากขึ้น เริ่มรู้จักการเลี้ยงสัตว์และเพราะปลูก ต่อมาในยุคหินใหม่-มนุษย์ตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่ง ทำการเกษตรอย่างเป็นระบบ อยู่รวมกันเป็นหมู่บ้าน รู้จักทอผ้า ทำเครื่องปั้นดินเผา และเริ่มมีการแลกเปลี่ยนสินค้า กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการค้าขาย