ใช้ได้จริงปะ ? พบเซลล์ที่สามารถเก็บรักษา “DNA ไดโนเสาร์” ไว้ได้นานถึง 75 ล้านปี

วันที่ 2 มีนาคม 2020 สื่อวิทยาศาสตร์ต่างประเทศหลายสำนัก ได้รายงานข่าวการค้นพบ “ข้อมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต” หรือที่เรียกว่า “DNA” ซึ่งอยู่ภายในกะโหลกศีรษะบริเวณเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนของฟอสซิลลูกไดโนเสาร์ปากเป็ด (Hypacrosaurus)

โดยฟอสซิลกะโหลกศรีษะชิ้นนี้มีอายุมากถึง 75 ล้านปี สร้างความประหลาดใจแก่นักบรรพชีวินวิทยาทั่วโลก เนื่องจากปกติแล้ว DNA จะคงอยู่ได้นานสุดเพียง 1-10 ล้านปีเท่านั้น !!!

การค้นพบสุดน่าทึ่งนี้เป็นผลงานการร่วมมือกันระหว่าง สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน + มหาวิทยาลัยรัฐนอร์ท แคโรไลนา + มหาวิทยาลัยลุนด์ สวีเดน โดยถูกเผยแพร่ไว้ในวารสาร National Science Review

ทีมนักวิจัยเผยว่า หลังจากนำเซลล์ไดโนเสาร์ที่พบและแยกได้บางส่วน (เซลล์นิวเคลียส และโครโมโซม) มาลองวิเคราะห์ว่า เพราะเหตุใดมันจึงสามารถรักษาสภาพ DNA ของตัวเองมาได้นานขนาดนี้ ก็พบว่า ภายในเส้นเลือดของเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนมีแร่ธาตุจำพวก Goethite (เกอไทต์) ที่มีส่วนประกอบของธาตุเหล็กหลงเหลือเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยรักษาสภาพของเนื้อเยื่ออ่อนไว้ได้ (หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วเซลล์พวกนี้มันไม่ตายหรอ คำถามข้อนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน นักวิจัยจึงต้องทำการวิจัยต่อไปครับ)

และหากถามว่า เราจะสามารถนำ DNA ที่เพิ่งถูกค้นพบนี้ไปใช้โคลนนิ่งไดโนเสาร์ได้หรือไม่ ? คำตอบคือ “ยังไม่ได้” เพราะการโคลนนิ่งไม่ได้ง่ายเหมือนในภาพยนตร์เรื่อง จูราสสิค พาร์ค และถึงแม้ว่าเราใกล้โคลนนิ่งแมมมอธสำเร็จ แต่นั่นเป็นเพราะเราเจอศพของมันที่ยังคงมี ข้อมูลทางพันธุกรรม อยู่ทั่วตัว ทำให้ง่ายต่อการถอดรหัสและตัดแต่งหรือเสริมในส่วนที่รหัสขาดหายไป”

หรือพูดง่าย ๆ คือ สาเหตุที่ยังโคลนนิ่งไดโนเสาร์ไม่ได้ก็เพราะ DNA ที่เราค้นพบจากไดโนเสาร์แต่ละสายพันธุ์นั้นมีจำนวนน้อยเกินไป แต่ก็ไม่แน่นะครับ เพราะหากในอนาคตเทคโนโลยี CRISPR (ตัดแต่งพันธุกรรม) พัฒนาแบบก้าวกระโดดมากกว่านี้ (ตอนนี้ตัดแต่งมนุษย์ได้แล้ว) ปัญหาของจำนวน DNA ได้โนเสาร์ที่สูญหายไปตามกาลเวลา อาจหมดไปเลยก็ได้ ใครจะไปรู้ !?

และการค้นพบ DNA อายุ 75 ล้านปี ในครั้งนี้ ได้กระตุ้นให้นักบรรพชีวินวิทยาทั่วโลก พากันตื่นเต้นเพราะอาจได้รับอนุญาตให้รื้อโครงการวิจัยเดิมหรือเปิดโครงการวิจัยใหม่กับโครงกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นเดิมครับ

Fact – การชุบชีวิตให้แมมมอธสามารถอธิบายได้ง่าย ๆ ดังนี้ ค้นพบศพของมันถูกแช่แข็ง -> ถูกส่งต่อให้ทีมวิจัยเพื่อทำการศึกษาและสกัดเอาดีเอนเอ -> นักวิจัยนำดีเอนเอที่ได้ไปใส่ในจีโนมของช้างเอเชีย -> ช้างเอเชียคลอดลูกออกมาเป็นแมมมอธ

อ่านต่อ – ปลุกเซลล์ “แมมมอธ” อายุ 28,000 ปี ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง