รู้จักกับ “เบลเยียม-บลู” (Belgian Blue) วัวกลายพันธุ์กล้ามโต ที่แม้จะโคตรเท่แต่ชีวิตนั้นโคตรเศร้า

เมื่อช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศเบลเยี่ยมขาดแคลนเนื้อวัวอย่างหนักเนื่องจากวัวท้องถิ่นส่วนใหญ่จะเป็นวัวนม จึงมีเนื้อที่ไม่เพียงพอ ทำให้ต้องทำการปรับปรุงสายพันธุ์วัวนมเหล่านั้นให้กลายเป็นวัวเนื้อ โดย ศาสตราจารย์ แฮนเซ็ต ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุศาสตร์ ได้ทำการทดลองนำวัวนมท้องถิ่นไปผสมพันธุ์กับวัวกระทิงพันธุ์ชอตฮอร์น (Shorthorn Bulls) เพื่อหวังให้พวกมันมีเนื้อเยอะขึ้น และผลที่ได้นั้นดีเกินคาด เพราะลูกวัวที่ออกมาเกิดกลายพันธุ์มีมวลกล้ามเนื้อปูดโปนผิดปกติ จนเกิดเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่มีชื่อว่า “เบลเยียม-บลู” (Belgian Blue Cattle)

ซึ่งการกลายพันธุ์นี้เป็นการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติเกิดจากภาวะ “กล้ามเนื้อคูณสอง” (Double-Muscle หรือศัพท์ทางการแพทย์จะเรียกว่า Hypertrophy) คือภาวะจำนวนเส้นใยกล้ามเนื้อเพิ่มมากผิดปกติ เนื่องจากขาดโปรตีนไมโอ-สแตติน (Myostatin) ที่ทำหน้าที่ควบคุมการเพิ่มจำนวนของมวลกล้ามเนื้อ เพราะปกติแล้ววัวที่มีภาวะนี้จะมีขนาดตัวที่ใหญ่โตตามจำนวนกล้ามเนื้อที่มากขึ้น แต่สำหรับสายพันธุ์เบลเยียม-บลูกลับมีขนาดตัวเท่าเดิม ซึ่งสวนทางกลับกล้ามเนื้อที่มากขึ้นนั่นเอง (จึงทำให้มันดูไม่สมส่วนอย่างที่เห็นในรูปด้านบนครับ โดยความผิดปกตินี้สามารถถ่ายทอดได้ผ่านพันธุกรรม)

และแม้สำหรับบางคนอาจจะดูเท่ แต่สำหรับพวกมันแล้ว คงไม่รู้สึกแฮปปี้เลยสักนิด เพราะต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพอย่างหนักตั้งแต่เกิดจนตาย เนื่องจากพวกมันจะมีกล้ามเนื้อที่แน่นและใหญ่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ซึ่งจะต้องเบียดกับกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกของแม่วัวตลอด 9 เดือน และทำให้การคลอดจึงต้องผ่าออกเท่านั้น แถมเมื่อออกมาแล้วจะมีความพิการ 1 อย่าง คือลิ้นใหญ่ ทำให้กินนมลำบาก รวมถึงปัญหาอย่างโรคหัวใจ ระบบทางเดินหายใจ กระดูก และข้อต่อต่าง ๆ พวกมันจึงมีอายุไขที่สั้นมาก (ถูกเลี้ยงเพื่อเป็นวัวเนื้อจริง ๆ)

นอกจากความทรมานที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว ตลอดชีวิตยังจะถูกเลี้ยงในพื้นที่คับแคบ และยังได้รับยากระตุ้นฮอร์โมนให้โตไวกว่าปกติ อีกทั้ง เมื่อพวกมันป่วยเจ้าของจะไม่ส่งมันไปหาสัตวแพทย์เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง จะได้รับแต่เพียงยาปฏิชีวนะเพื่อยื้อชีวิตให้นานพอที่จะถูกส่งไปโรงฆ่าสัตว์ เพื่อเปลี่ยนชีวิตแสนสั้นให้เป็นกำไรมหาศาลแก่เจ้าของฟาร์มนั่นเอง

สำหรับเนื้อวัวเบลเยียม-บลูถือเป็นเนื้อชั้นเลิศมีราคาสูง เบลเยียม-บลู 1 ตัว มีเนื้อมากกว่าวัวทั่วไปถึง 2 เท่า แถมยังมีไขมันแทรกน้อยสวยสุด ๆ อีกด้วย (ปัจจุบันเนื้อของพวกมันถูกส่งออกไปมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก และจำนวนความต้องการ ก็ยังเพิ่มสูงขึ้นทุกปี…)

Fact – ภาวะกล้ามเนื้อโตผิดปกตินี้สามารถเกิดขึ้นได้กับมนุษย์เช่นกัน โดยจะเรียกว่า “Muscular Hypertrophy Syndrome” หรือ “Myostatin Disorder” (ไมโอ-สแตติน ดิส-ออร์เดอร์) ตัวอย่างเช่น เลียม โฮเอสกา (Liam Hoekstra) หนุ่มน้อยชาวอเมริกัน วัย 5 เดือน ที่มีกล้ามเนื้อมากกว่าเด็กทั่วไปถึง 40% โดยบันทึกทางการแพทย์ระบุว่า เขามีความแข็งแรงผิดปกติ สามารถยืน 2 ขาได้หลังคลอดเพียง 2 วัน