ร่องรอย “มังกรสีส้ม” ที่กำลังแหวกว่ายอยู่บนดาวอังคาร (Dragonia on Mars)

ร่องรอยมังกรบนดาวอังคารตัวนี้ (Dragonia on Mars) ถูกพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2007 โดยกล้องความละเอียดสูง HiRISE (ไฮไรส์) ที่ติดอยู่บนยาน Mars Reconnaissance Orbiter (มาร์ส-รีคอนเนสเซนซ์-ออร์บิเตอร์) ที่ระดับความสูงเหนือพื้นผิวดาวอังคาร 258 กิโลเมตร ณ พื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของหุบเขามารินาริส (Marineris) ซึ่งพื้นที่แห่งนี้มีชื่อเฉพาะว่า “Melas Chasma”

ปรับสีเพื่อให้เห็นตัวมังกรชัดขึ้น นาซาบอกว่า นี่คือ “มังกรจีน”

ตอนแรกภาพถ่ายดังกล่าวเป็นภาพถ่ายทั่วทั้งหุบเขาซึ่งมีขนาดใหญ่มาก อีกทั้งยังเป็นภาพถ่ายแบบไม่มีสี แต่เมื่อนาซาได้ร่วมงานกับนักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแอริโซนา (UArizona) เพื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการเดินทางไปดาวอังคารใหม่อีกครั้ง ทีมงานจึงได้จำลองสีของภาพถ่ายและก็ได้พบมังกรตัวนี้ในที่สุด

จุดสำคัญของการค้นพบมังกรในครั้งนี้ คือร่องรอยแนวหินสีส้มสว่างของมัน เพราะด้วยลักษณะแนวหินที่มีสีแตกต่างกันชัดเจน แสดงให้เห็นถึงร่องรอยการสึกกร่อน ทำให้มันเป็นอีกหลักฐานสนับสนุนว่าบนดาวอังคารเคยมีน้ำไหลเวียนมาก่อนนั่นเอง

เรียงลำดับตามความคมชัด (ไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์ต่างดาวที่มาสลักไว้หรอก แต่เป็นเพราะกล้องไม่ชัด)

ปริศนาใบหน้าบนดาวอังคารเป็นฝีมือมนุษย์ต่างดาวจริงหรือ ? ตอบ ไม่จริง : เพราะสมัยที่เรายังใช้งานยานไวกิ้ง 1 ในการสำรวจดาวอังคาร (25 กรกฎาคม 1976) ซึ่งกล้องที่ถูกติดไว้ตอนนั้นยังไม่มีความละเอียดมากนัก ทำให้เมื่อถ่ายภาพบริเวณชื่อว่า ไซโดเนีย (Cydonia) เราจึงเห็นภูเขาลูกนั้นมีลักษณะเหมือนใบหน้าคน แต่พอยานอวกาศรุ่นใหม่พร้อมกล้องเทพอย่าง HiRISE ไปเก็บภาพที่ตำแหน่งเดิม สุดท้ายก็เห็นเป็นแค่ภูเขาธรรมดา (จบ)

แต่ยานไวกิ้ง 1 ก็ถือว่าเจ๋งมากเลยนะ เพราะตอนแรกถูกออกแบบให้มีอายุการใช้งานเพียง 90 วัน แต่เมื่อถึงเวลาจริง ๆ กลับสามารถปฏิบัติภารกิจได้ยาวนานถึง 6 ปีครึ่ง อีกทั้งยังได้สร้างประวัติศาสตร์สุดยิ่งใหญ่ นั่นคือ “Viking 1 เป็นยานลำแรกที่สามารถลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารได้สำเร็จครับผม !!”

(ซ้าย-ตัวยาน) , (ขวา-น้องช้างลาวา)

แถม : ภาพคล้ายช้างบนดาวอังคารนี้ ถูกถ่ายได้เมื่อปี 2012 ณ บริเวณชื่อว่า “อีไลเซียมแพลนิเทีย” (Elysium Planitia) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการไหลท่วมของลาวาอยู่ในขณะนั้น (ตอนนี้ไม่รู้ว่าลาวายังไหลเป็นภาพช้างแบบนี้อยู่มั้ย แต่ถ้าเป็นบนโลกต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะหยุดไหลล่ะ)

และก็ไม่ต้องตกใจว่าทำไมบ่อยครั้งเราถึงเห็นอะไรต่อมิอะไรบนดาวอังคารเป็นรูปร่างคล้ายนู่นนี่นั่นไปหมด เพราะมันคือปรากฏการณ์ “พาไรโดเลีย” (pareidolia) ซึ่งเราจะเห็นสิ่งต่าง ๆ อย่างเช่นสัตว์ สิ่งของ ใบหน้า ซึ่งทั้งหมดไม่ได้มีอยู่จริงแต่อย่างใด

(ซ้าย-กล้องไฮไรซ์) , (ขวา-ภาพจำลองการโคจรรอบดาวอังคาร)

ทั้งนี้ สำหรับยาน “รีคอนเนสเซนซ์” ปฏิบัติภารกิจมายาวนานกว่า 14 ปีแล้ว และกล้องที่ถูกติดตั้งไว้กับยานที่ชื่อว่า HiRISE ก็มีตัวย่อมาจาก High Resolution Imaging Science Experiment โดยมีความละเอียดอยู่ที่ 12 เมตรต่อพิกเซล แทบทุกครั้งต้องถ่ายหลายร้อยภาพ แล้วนำมาต่อเข้าด้วยกันจึงจะได้เป็นภาพใหญ่ เพื่อให้ได้ความละเอียดสูงสุดนั่นเอง

Fact – อนุกรมวิธานของมังกร อ้างอิงตามหนังสือ “Dracopedia” (ความรู้เกี่ยวกับมังกร) โดย วิลเลียม โอคอนนอร์ (William O’Connor) มังกรจัดอยู่ในชั้น Dragonia อันดับ Draconia วงศ์ Dracorexidae (และแม้จะมีชื่อวิทยาศาสตร์ Dracorexus cathidaeus ตามหลักชีววิทยาแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยมีผู้ใดพบเห็นสัตว์ในตำนานตัวนี้แบบเป็น ๆ ครับ)