นักวิจัยใจเด็ด ทดลองให้ “ปลาไหลไฟฟ้าช็อตตัวเอง” และนี่คือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

เมื่อปี 2017 ด้วยความอยากรู้ของด็อกเตอร์ เคนเน็ธ คาตาเนีย (ปัจจุบันอายุ 55 ปี) นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลท์ สหรัฐอเมริกา ผู้หลงใหลในปลาไหลไฟฟ้า (electric eel) เพราะได้อ่านบันทึกการสำรวจของ อเล็กซานเดอร์ ฮุมบ็อลท์ นักธรรมชาติวิทยา ที่พบปลาไหลไฟฟ้าครั้งแรกในแม่น้ำแอมะซอนเมื่อ 200 ปีที่แล้ว (อเล็กซานเดอร์ เล่าว่า ปลาไหลไฟฟ้าเพียงไม่กี่ตัวแต่ทำให้ม้าทั้งฝูงดิ้นพลั่ก ๆ ๆ)

ซึ่งหลังจากทั้งเลี้ยงดูและคอยเก็บข้อมูลมานานกว่า 20 ปี ก็ตัดสินใจทำการทดลองกับสัตว์ที่ตัวเองหลงใหลสุด ๆ สักที เพื่อหาคำตอบว่า แท้จริงนั้นปลาไหลปลดปล่อยพลังงานไฟฟ้าออกมาเท่าใด ? และหากมนุษย์ถูกปลาไหลไฟฟ้าช็อตจะมีอันตรายถึงชีวิตหรือไม่ ? บทความนี้จะบอกเล่าถึงสาระสำคัญและผลการทดลองที่น่าสนใจครับ

การทดลองที่ 1

ภาพใช้แขนเทียม (การทดลองที่ 1)

ใช้แขนเทียมเพื่อพิสูจน์ว่ามันสามารถช็อตในบริเวณนอกเหนือจากน้ำได้หรือไม่ : จากภาพทุกคนจะเห็นกระแสไฟฟ้าสามารถปล่อยออกมาได้จากทั้งลำตัวของปลา และแม้ว่ามันจะไม่อยู่ในน้ำก็สามารถช็อตได้ อีกทั้งความแรง+ความต่อเนื่องก็ไม่ลดลง

การทดลองที่ 2

ภาพใช้แขนของตัวเองที่มีเครื่องแอมมิเตอร์ติดอยู่ (การทดลองที่ 2)

ช้แขนของตัวเองเพื่อรับความรู้สึกที่แท้จริง : ด็อกเตอร์ทำการติดตั้งอุปกรณ์วัดค่าแอมมิเตอร์ไว้ที่มือของตัวเอง จากนั้นก็จุ่มลงไปทั้งแขน การทดลองที่สองเกิดขึ้นเพียง 2 วินาที และปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ได้คือ 40 มิลลิแอมป์ (mA) ซึ่งมากพอที่จะสร้างความเจ็บปวดให้แก่ม้าตัวโตได้ แต่ไม่ถึงกับทำให้มนุษย์เสียชีวิต

โดยด็อกเตอร์บอกว่า “รู้สึกเหมือนวิ่งเข้าไปชนรั้วเหล็กไฟฟ้าเพราะเจ็บไปทั่วร่างเลยทีเดียว”

การทดลองที่ 3

หัวจระเข้ที่ถูกสตาฟไว้ (การทดลองที่ 3)

ทำไมสัตว์สุดอึดอย่างจระเข้ถึงสิ้นท่าให้กับปลาไหลไฟฟ้าได้ : ด็อกเตอร์ทำการหย่อนหัวจระเข้ที่ถูกติดตั้งตัวจับสัญญาณไฟฟ้าไว้ จากภาพทุกคนจะเห็นว่า สาเหตุที่จระเข้ตายนั้น เป็นเพราะมันถูกช็อตบริเวณสำคัญ นั่นคือ

สมอง -> และกระแสไฟฟ้าจะไม่หายไปแต่จะอยู่ในน้ำทำให้จระเข้เป็นอัมพาตขยับตัวไม่ได้  -> จระเข้จึงถูกช็อตที่สมองอีกรอบ โดยจะวนเป็นลูปแบบนี้เรื่อย ๆ ซึ่งจะหยุดก็ต่อเมื่อปลาไหลไฟฟ้าถอยห่างออกจากเหยื่อเอง รูปแบบการเข้าปะทะแบบนี้ถือเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของปลาไหลครับ (จบครับ)

ทั้งนี้ ถ้ามนุษย์ถูกกระแสไฟฟ้า 20 มิลลิแอมป์ดูดจะหายใจติดขัด แต่หากเกินกว่า 75 มิลลิแอมป์จะทำให้หายใจไม่ได้ และหากเกินกว่า 100 มิลลิแอมป์จะเสียชีวิตทันที

Fact 1 – กระแสไฟฟ้าใช้แอมป์ (AMP) ส่วนแรงดันไฟฟ้าใช้โวลต์ (Volt) ทั้งสองค่านี้แตกต่างกันนะครับ ซึ่งสายพันธุ์ของปลาไหลที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้คือ Electrophorus electricus ปล่อยกระแสไฟฟ้าได้สูงสุดที่ 50 มิลลิแอมป์ ครับผม

Fact 2 – อันที่จริง สัตว์อย่างปลาไหลไหลไฟฟ้า ไม่ได้จัดอยู่ในตระกูล ปลาไหล (eel) แต่มันเป็นสัตว์น้ำในวงศ์ปลาใบมีด (Knife Fish – บ้านเราเรียกปลากลาย) อีกทั้งมันยังเป็นญาติใกล้เคียงกับปลาดุกมากกว่าปลาไหลที่มันบังเอิญมีลักษณะเหมือนสุด ๆ ด้วย

เพราะทั้ง ปลาดุกไฟฟ้า (Electric catfish) , ปลากระเบนไฟฟ้า (Pacific electric ray) และปลาอีกหลายชนิดก็มีความสามารถในการปล่อยกระแสไฟฟ้าได้เช่นกัน ยกเว้นปลาไหลที่ไม่สามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้ เพราะไม่มีเซลล์ผลิตกระแสไฟฟ้าอิเล็กโทรไลต์ (electrocyte) อยู่ในร่างกายนั่นเอง