2 นักศึกษาผู้คิดค้น แบคทีเรียที่สามารถย่อยพลาสติก ให้กลายเป็นน้ำได้ ภายใน 24 ชม.

Jeanny Yao และ Miranda Wang สองนักศึกษา วัย 20 ปี ได้ทำการศึกษาและพัฒนาแบคทีเรียที่สามารถย่อยสลายพลาสติกให้กลายเป็นน้ำได้ภายใน 24 ชั่วโมง โดยสามารถอธิบายง่าย ๆ ได้ดังนี้

เทคโนโลยีกำจัดพลาสติกของทั้งคู่ จะผ่านกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ในรูปแบบเดียวกันกับกระบวนการกำจัดเศษอาหารที่ใช้เอนไซม์ในการย่อยสลาย โดยขั้นแรกพลาสติกจะถูกทำให้อ่อนลงด้วยเทคนิคการบีบอัดทั่วไป จากนั้นจะถูกเร่งปฏิกิริยาการย่อยด้วยเอนไซม์พิเศษที่ทั้งคู่คิดค้นขึ้น หลังจากนั้นมันจะเปลี่ยนสถานะของตัวเองจากพลาสติกกลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ แอลกอฮอล์ และน้ำ ภายใน 24 ชม. (โดยปกติแล้วถุงพลาสติก 1 ใบ จะใช้เวลาย่อยสลายนาน 200 ปี)

ทั้งคู่เริ่มโปรเจคนี้ตั้งแต่ปี 2011 หลังได้เดินทางไปทัศนศึกษาที่เมืองแวนคูเวอร์ จนได้เห็นบ่อขยะขนาดใหญ่หลายหลุม ทั้งคู่จึงอยากคิดหาแนวทางแก้ไข จึงได้เริ่มพัฒนาแบคทีเรียดังกล่าวขึ้นมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม

จุลินทรีย์ที่ถูกคิดค้นได้รับการจดสิทธิบัตร พร้อมได้รับเงินสนับสนุนอีก 400,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการพัฒนาและต่อยอด จนกระทั่งตอนนี้ ในปี 2019 เทคโนโลยีนี้ก็พร้อมถูกนำไปใช้จริงแล้วครับ

นอกจากนี้พวกเธอยังได้รับรางวัลมากมาย และเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัล Perlman science prize และอีกหลาย ๆ รางวัลร่วมด้วย

Miranda Wang กล่าวว่า “มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะหยุดให้ผู้คนเลิกใช้พลาสติก เราจึงต้องใช้เทคโนโลยีในการย่อยสลายมัน … ฉะนั้นแทนที่เราจะรอให้ขยะเหล่านั้นย่อยสลายไปเอง เราควรต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่มันจะสร้างปัญหาไปมากกว่านี้”

เป้าหมายของทั้งคู่คือการลดขยะทั้งบนบกและในทะเล โดยทั้งคู่ยืนยันว่า เทคโนโลยีการย่อยสลายที่ถูกคิดค้นขึ้นนี้จะสามารถแปรเปลี่ยนขยะพลาสติกจำนวนกว่า 91% ที่ถูกเก็บขึ้นให้กลายเป็นสิ่งที่ทำประโยชน์ได้ต่อไป ทั้งการผลิตเชื้อเพลิง เป็นวัตถุดิบผลิตเสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งนำมันมาผลิตเป็นพลาสติกอีกครั้งเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม

fact – จากรายงานของ Waste Generation and Recycling Indices 2019 พบว่าในแต่ละปี มีขยะมูลฝอยชุมชน (Municipal Solid Waste) เกิดขึ้นปีละมากกว่า 2.1 พันล้านตัน แต่มีเพียง 16% หรือราว 323 ล้านตันเท่านั้น ที่ถูกนำเข้ากระบวนการรีไซเคิล

อ่านต่อ – นักวิทย์จีนทำสำเร็จ วิจัยจนเปลี่ยนขยะ เป็นเชื้อเพลิงมีค่าได้โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม