จากเสาต้นแรก-จนนำไปสู่การค้นพบ “เรือโบราณกว่า 60 ลำ” ในเขตทะเลดำ (Black Sea)

ตั้งแต่ปี 2015 ที่ทีมนักสำรวจธรณีวิทยาทางทะเล ประเทศอังกฤษ บังเอิญพบกับเสากระโดงเรือที่ตั้งตระหง่านอยู่ใต้ทะเลดำ (Black Sea) ในความลึกจากผิวน้ำกว่า 300 เมตร มาวันนี้ผ่านไป 5 ปี พวกเขาพบซากเรือรวมแล้วกว่า 67 ลำ (ในพื้นที่ทั้งหมด 1.3 ล้านไร่)

(ภาพเล็ก – ภาพกราฟิกที่จำลองการค้นพบเรือ) , (ภาพใหญ่ – ภาพการค้นพบของจริงเมื่อปี 2015)

ซึ่งหนึ่งในนั้นเมื่อปี 2018 ยังพบ “ซากเรือเก่าแก่ที่สุด-ที่มนุษย์เคยค้นพบ” โดยมีอายุกว่า 2,400 ปี (ขนาดยาว 23 เมตร) ในระดับความลึกจากผิวน้ำกว่า 2 กิโลเมตร สภาพดีอยู่มากเพราะยังเห็นเป็นรูปร่างเรือชัดเจนทั้งเสากระโดงเรือ หางเสือ แถวที่นั่งพายเรือ (สาเหตุที่ยังสภาพดีแบบนี้ก็เพราะ – อยู่ลึกมากจึงทำให้อ๊อกซิเจนน้อยไม่ทำร้ายโลหะและไม้ – จึงช่วยให้วัสดุเหล่านี้คงสภาพดังเดิมได้นั่นเอง)

โดยทีมสำรวจเชื่อว่า เรือเก่าแก่ที่สุดในโลกลำนี้ เป็นเรือขนส่งสินค้าของชาวกรีกโบราณ เพราะลักษณะทุกส่วนของมันปรากฏตรงตามลวดลายบน แจกันโบราณชื่อว่า “ไซเรน” (The Siren Vase) ที่ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์อังกฤษ อีกทั้งตามข้อมูลในประวัติศาสตร์ยังระบุอีกว่า เมื่อ 400 ปีก่อนคริสต์ศักราช ในตอนนั้น ทะเลดำ คือศูนย์กลางค้าขายของอาณานิคมกรีก ทางทีมจึงมั่นใจว่าสิ่งที่พวกเขาสันนิษฐานต้องถูกต้องอย่างแน่นอน

(ภาพเล็ก – ภาพถ่ายของจริงจากเรือ 1 ใน 67 ลำที่ค้นพบ) , (ภาพใหญ่ – ทีมวิจัยใช้กล้องใต้น้ำลึก แบบเดียวกับที่ทำการสำรวจหาน้ำมันและก๊าซ)

“ทางทีมนักสำรวจจะไม่ลงไปยุ่งกับซากเรือ และจะปล่อยให้เรือจมอยู่ในจุดเดิม แต่ก็ได้มีการนำวัตถุโบราณขึ้นมาตรวจหาอายุด้วยวิธีหาค่าคาร์บอนด้วย ซึ่งพบว่ามันมีอายุเท่ากับแจกันไซเรน จึงทำให้มั่นใจว่ามันเป็นซากเรือโบราณที่เก่าแก่ที่สุด-ที่มนุษย์เคยค้นพบทั้งตามภาพวาดและตามบันทึกนั่นเอง” – ศาสตราจารย์ จอน อดัมส์ หัวหน้าทีมวิจัย กล่าว

สำหรับทะเลดำ (Black Sea) เป็นพรมแดนของบุลกาเรีย โมราเมีย เตอรกี และสหภาพโซเวียต และที่ได้ชื่อว่าทะเลดำก็เพราะ ชายหาดของทะเลแห่งนี้เป็นสีดำ เนื่องจากสารไฮโดรเจนซัลไฟด์หรือที่เรียกว่าก๊าซไข่เน่า สารเคมีตัวนี้เกิดจากแบคทีเรียที่อยู่ในทะเลผลิตขึ้นมา ทำให้เมื่อก๊าซไข่เน่าไปจับกับดินโคลน ก็จะเปลี่ยนดินทรายเหล่านั้นให้เป็นสีดำ

ภาพกราฟิก – ของเรือที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

และสำหรับภาพลวดลายบนแจกันไซเรน คือภาพกะลาสีที่กำลังหนีเอาชีวิตรอดจากนางไม้บนเรือที่กำลังแล่นอยู่กลางทะเล โดยนางไม้เหล่านี้จะใช้เสน่ห์ของตนในการหลอกล่อกะลาสีให้หลงเคลิ้มแล้วค่อยปลิดชีพเมื่อพวกเขาประมาท (อายุของแจกันใบนี้ ประมาณ 480-470 ก่อนคริสต์ศักราช)

ทั้งนี้ อาจมีคำถามว่าแล้วอีก 66 ลำที่เหลือล่ะเป็นยังไง คำตอบคือ : ทุกลำที่พบมีลักษณะเหมือนกับลำที่เก่าแก่ที่สุด แต่แค่อายุไม่เยอะ และไม่ได้มีสภาพสมบูรณ์เท่าลำ 2,400 ปีเท่านั้นเอง (ปัจจุบันยังคงมีการค้นหาต่อไปด้วยเครื่องโซนาร์ และหากพบอยู่ในจุดที่ไม่ลึกก็จะส่งคนลงไป แต่หากลึกมากก็จะส่งหุ่นยนต์ลงไปสำรวจแทนครับผม)

เพิ่มเพื่อน