นี่คือ “ฟูลกูไรต์” (ผลึกสายฟ้า) ที่เกิดจากสายฟ้าพิโรธของจริง หายากสุด ๆ เลยด้วย

สายฟ้าเพียงเส้นเดียว ที่เกิดขึ้นจากฟ้าผ่าสามารถส่งพลังงานได้ 5 กิกะจูล ซึ่งมากพอที่จะจ่ายพลังงานให้กับครัวเรือนในสหรัฐฯ ได้นานกว่าหนึ่งเดือน แต่เมื่อสายฟ้าอันทรงพลังนี้กระทบลงบนพื้นทราย ดิน หรือซิลิกา อนุภาคทรายจะละลายที่อุณหภูมิประมาณ 1,800 องศาเซลเซียส และหลอมรวมเข้าด้วยกันในเวลาไม่ถึงวินาที โดยทรายที่หลอมละลายจะก่อตัวเป็นแร่ที่มีลักษณะเป็นท่อกลวงยาวที่เรียกว่า “ฟูลกูไรต์” (Fulgurite – ผลึกสายฟ้า)

ซึ่งคำว่า “ฟูลกูไรต์” นั้นเป็นภาษาละตินที่แปลว่า “ฟ้าผ่า” แม้ว่าจะมีฟ้าผ่าลงบนพื้นโลกอย่างน้อย 1 ล้านครั้งต่อวัน แต่จำนวนครั้งเหล่านั้นแทบไม่พบการก่อตัวของฟูลกูไรต์เลย โดยแร่ชนิดนี้มักพบอยู่บริเวณใต้พื้นดิน-ทราย ซึ่งรูปร่างของมันสามารถสะท้อนถึงการกระจายตัวของสายฟ้าที่กระทบลงสู่พื้น ด้วยเหตุนี้ บางครั้งฟูลกูไรต์จึงถูกเรียกว่า “ฟอสซิลฟ้าผ่า”

โดยฟูลกูไรต์นั้นจะมีลักษณะเหมือนรากไม้ เนื่องจากการกระจายตัวของมันทำให้เกิดการแตกแขนง อีกทั้งยังมีพื้นผิวขรุขระปกคลุมไปด้วยเม็ดทรายที่ละลายแล้ว แต่พื้นผิวด้านในจะมีลักษณะเรียบและเป็นกระจก เป็นผลมาจากการเย็นตัวอย่างรวดเร็ว และการแข็งตัวของทราย โดยขนาดและความยาวของฟูลกูไรต์นั้นจะขึ้นอยู่กับความแรงของฟ้าผ่า ความหนาและความชื้นของพื้นผิว

จำลองการเกิดฟลูโกไรต์

ทั้งนี้ โดยเฉลี่ยฟูลกูไรต์ที่เกิดขึ้นจากทรายจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-2 นิ้ว ยาวประมาณ 10-75 เซนติเมตร แต่ฟูลกูไรต์ยาวที่สุดที่เคยถูกพบมีขนาด 4.9 เมตร ซึ่งแร่ชนิดนี้จะก่อตัวใต้พื้นดิน-ทราย บางครั้งอาจไปโผล่ในส่วนที่ลึกประมาณ 15 เมตรเลยทีเดียว นอกจากนี้มันยังสามารถก่อตัวขึ้นได้เมื่อฟ้าผ่ากระทบหิน ซึ่งจะมีลักษณะเหมือนเส้นเลือดบนผิวหินคล้ายรอยร้าวนั่นเอง

โดยฟูลกูไรต์สามารถพบได้ทั่วโลก ตั้งแต่บนยอดเขาจนถึงทะเลทราย และแม้ว่ามันจะไม่มีค่า แต่ก็มีประโยชน์ในการศึกษา เช่น สามารถอนุมานการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองในพื้นที่ในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งช่วยให้เข้าใจสภาพอากาศในอดีตของพื้นที่นั้น ๆ ได้ โดยก่อนหน้านี้เคยมีการค้นพบฟูลกูไรต์อายุ 250 ล้านปี ในทะเลทรายซาฮารา ทำให้ผู้เชี่ยวชาญค่อนข้างมั่นใจว่าทะเลทรายแห่งนี้เคยเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ และมีพายุฝนฟ้าคะนอง

(ภาพใหญ่) ฟูลกูไรต์ที่ขุดพบใต้แท่นบูชาเทพซูส บนภูเขาไลไคออน ประเทศกรีซ, (ภาพเล็ก) ฟูลกูไรต์อายุกว่า 250 ล้านปี ที่ขุดพบบริเวณทะเลทรายซาฮารา

อย่างไรก็ตาม ในปี 2008 ทีมวิจัยและคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยแอริโซนา ได้ทำการขุดค้นพื้นที่ทางโบราณคดี บริเวณภูเขาไลไคออน (Lykaion) ประเทศกรีซ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็น สนามกีฬาและสถานที่ประกอบพิธีกรรมของชาวกรีกโบราณ โดยในครั้งนี้ ทีมวิจัยได้เลือกที่จะขุดค้นบริเวณแท่นบูชาซึ่งมีไว้เพื่อแสดงความเคารพต่อ “เทพซูส” (Zeus) และนั่นทำให้พวกเขาได้พบเข้ากับ โบราณวัตถุต่าง ๆ รวมถึง “ฟูลกูไรต์” ที่อาจมีอายุกว่า 3,000 ปี

จอร์จ เดวิส หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า “การค้นพบฟูลกูไรต์ที่อยู่ใต้แท่นบูชาอันศักดิ์สิทธิ์นั้นน่าตื่นเต้นมาก มันสะท้อนว่าชาวกรีกโบราณมีความเข้าใจปรากฏการณ์ทางธรรมาชาติดังกล่าวนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ฟูลกูไรต์ยังอาจเป็นสิ่งย้ำเตือนสำหรับพวกเขาว่า เทพซูสนั่นมีจริง และการที่พวกเขานำมันมาวางไว้ใต้แท่นบูชาอาจหมายถึงการ ‘ส่งมอบ’ ของขวัญศักดิ์สิทธิ์ให้กับ ‘ผู้สร้าง’ นั่นเอง”