สภาพอากาศในอนาคตจะ “เลวร้าย” กว่าที่นักวิทย์เคยคาดการณ์ไว้

นักวิจัยชี้ว่า ภาวะโลกร้อนกำลังจะทำให้สภาพอากาศในอนาคตเลวร้ายกว่าที่เคยมีการคาดไว้ ตามรายงานของสำนักข่าว Gizmodo วันที่ 20 มีนาคม 2020

การวิจัยพบว่าวิธีทำนายผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศหรือภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน อย่างพายุเฮอร์ริเคน มรสุม คลื่นความร้อน และเหตุการณ์ทางสภาพอากาศอื่น ๆ มีแนวโน้มว่าจะถูกประเมินไว้ต่ำกว่าความเป็นจริง

ในความเป็นจริง สภาวะโลกร้อนที่เรากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้น่าจะทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับความร้อนมากขึ้น 80% ทั่วโลก และมีแนวโน้มที่จะส่งผลให้มีเหตุการณ์ภัยพิบัติที่เกี่ยวกับน้ำ 50% สูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้าถึง 50% แต่งานวิจัยยังไม่สามารถหาปัจจัยที่ทำให้มันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญได้

ผู้เขียนงานวิจัย โนอาห์ ดิฟเฟนบาก (Noah Diffenbaugh) ศาสตราจารย์ด้านโลกศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) อาศัยข้อมูลแบบจำลองสภาพอากาศ ข้อมูลเชิงสังเกตการณ์ และระเบียบวิธีวิจัยทั่วไปในการหาที่มาของมัน และจากกรอบเวลาทางประวัติศาสตร์ที่ใช้ในการระบุที่มา (ตั้งแต่ปี 1961-2005) เขาสังเกตเห็นว่าช่วงเวลานั้นไม่มีเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วครั้งล่าสุดรวมอยู่ด้วย

เช่น นักวิทยาศาสตร์พบว่าภาวะโลกร้อนมีแนวโน้มทำให้เกิดเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ในปี 2017 มากขึ้น แต่พายุเฮอร์ริเคนลูกนั้นไม่ได้ถูกรวมอยู่ในวิธีระบุที่มาในปัจจุบัน เนื่องจากกรอบเวลาสิ้นสุดที่ปี 2005 งานวิจัยชิ้นนี้จึงเพิ่มกรอบเวลาใหม่เข้าไป นั่นคือปี 2006-2017 การเพิ่มกรอบเวลาใหม่ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไปเพราะก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นมากนับตั้งแต่ปี 2005

การคาดการณ์เหล่านี้มีอิทธิพลต่อการจัดการและป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ที่ดิน เงิน และทรัพยากรของรัฐ เพราะหากผู้มีอำนาจตัดสินใจผิดพลาดจากข้อมูลที่ผิดพลาด (งานวิจัยเก่า) นั่นหมายความว่าผู้นำอาจจะเตรียมพร้อมหรือรับมือกับพายุหรือคลื่นความร้อนในอนาคตได้ไม่ดีพอ

ฉะนั้น ตอนนี้ผู้นำของแต่ละประเทศควรต้องรู้แล้วว่า พวกเขากำลังรับมือกับปัญหาสภาพอากาศที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ไม่ดีพอ ไม่งั้นสถานการณ์ต่าง ๆ อาจเลวร้ายลงไปมากกว่านี้ครับ เว้นแต่ผู้นำจะไม่เคยสนใจข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้ตั้งแต่แรก และไม่เคยเตรียมการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศอะไรเลย

สรุป นักวิจัยพบว่าที่ผ่านมามีการใช้กรอบเวลาทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ปี 1961-2005 มาทำนายสภาพอากาศรุนแรงในอนาคต นั่นทำให้เหตุการณ์ใหม่ ๆ ไม่ถูกรวมในการคำนวณและไม่ตรงตามความเป็นจริง ซึ่งหลังจากที่เพิ่มกรอบเวลาใหม่เข้าไป (2005-2017) นักวิจัยก็พบว่าสภาพอากาศรุนแรงที่จะเกิดขึ้นเลวร้ายกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้มาก ๆ

Fact เฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ทำให้มีผู้เสียชีวิตโดยตรง 68 ราย มากที่สุดในเทกซัสนับตั้งแต่ปี 1919 และเสียชีวิตทางอ้อมอีก 35 ราย ซึ่งมีสาเหตุมาจากไฟไหม้ อุบัติเหตุทางรถยนต์ และการกักตัวทางการแพทย์

อ่านต่อ – ภาวะโลกร้อนกำลังทำให้อาหารธรรมดา ๆ มีประโยชน์น้อยลงและกลายเป็น “พิษ”