งานวิจัยพบ เยอรมันอาจชนะศึกสำคัญในสงครามโลกครั้งที่ 2 หากเปลี่ยนแผนเพียงเล็กน้อย

งานวิจัยทางประวัติศาสตร์ชิ้นใหม่ชี้ว่าประเทศเยอรมันอาจชนะการต่อสู้ในสมรภูมิครั้งสำคัญในสงครามโลกครั้งที่ 2 และอาจเปลี่ยนผลลัพธ์ของสงคราม ถ้าหากพวกเขามีการเปลี่ยนเปลงเชิงกลยุทธ์เล็กน้อย ตามรายงานของสำนักข่าว Fox News วันที่ 14 มกราคม 2020

นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยยอร์ก (University of York) ในสหราชอาณาจักรได้สร้างแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ขึ้นมาโดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า “weighted bootstrapping” และพบว่าเยอรมันอาจชนะยุทธการที่บริเตน (Battle of Britain) ถ้าหากพวกเขาเข้าโจมตีอังกฤษทันทีหลังจากที่วินสตัน เชอร์ชิล (Winston Churchill) กล่าวสุนทรพจน์ “Finest Hour” อันโด่งดังในวันที่ 18 มิถุนายน 1940 ไม่ใช่ใน 3 สัปดาห์ถัดมาหรือวันที่ 10 กรกฎาคม 1940 ตามความเป็นจริง

ความผิดพลาดอันร้ายแรงอีกอย่างหนึ่งของเยอรมันคือการไม่เข้าไปโจมตีสนามบินของอังกฤษหลังจากการโจมตีครั้งแรกในวันที่ 13 สิงหาคม 1940

“การจำลองชี้ให้เห็นว่าถ้าหากพวกเขาเริ่มการโจมตีก่อนและเน้นไปที่การทิ้งระเบิดลงสนามบิน กองทัพอากาศสหราชอาณาจักรอาจพ่ายแพ้ และปูทางไปสู่การบุกยึดดินแดนโดยฝ่ายเยอรมัน” – นักวิจัยกล่าว

แม้จะไม่สามารถประเมินได้ว่าโอกาสที่เยอรมันจะชนะมีมากน้อยแค่ไหน แต่นักวิจัยชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในการตัดสินใจจากกองทัพเยอรมันจะช่วยลดโอกาสที่อังกฤษจะได้รับชัยชนะไปอย่างมาก

“อย่างเร็วที่สุดกองทัพจะสามารถสร้างฐานในฝรั่งเศสเพื่อเปิดการโจมตีทางอากาศในสหราชอาณาจักรได้ในเดือนมิถุนายน ฉะนั้นการต่อสู้อีกทางจะนำไปสู่การรบทางอากาศภายในสามสัปดาห์” เจมี่ วูด (Jamie Wood) ผู้ร่วมเขียนงานวิจัย กล่าว

“เรายังมีการทดสอบผลกระทบและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงโดยการเปลี่ยนแปลงความน่าจะเป็นที่เราเลือกในแต่ละวัน เช่น ถ้าอังกฤษมีโอกาสชนะในศึก 50% การเปลี่ยนยุทธวิธีทั้งสองจะลดโอกาสที่อังกฤษจะชนะให้เหลือน้อยกว่า 10% และถ้าอังกฤษมีโอกาสชนะ 98% การเปลี่ยนยุทธวิธีแบบเดียวกันจะลดโอกาสให้เหลือเพียง 34%”

วูดอธิบายต่อว่าเทคนิค weighted bootstrapping เหมือนกับการใส่ลูกบอลที่แทนเหตุการณ์ในแต่ละวันของยุทธการที่บริเตนลงไปในเครื่องเครื่องสุ่ม จากนั้นลูกบอลจะถูกหยิบขึ้นมา อ่าน และแทนที่เพื่อสร้างสถานการณ์การต่อสู้นับพันทางเลือก แต่มีลำดับที่แตกต่างกัน และอาจมีบางวันที่ถูกหยิบขึ้นมามากกว่าหนึ่งครั้งหรือไม่มีเลย

เนียล แม็คเคย์ (Niall Mackay) หนึ่งในผู้ร่วมเขียนงานวิจัยกล่าวว่า weighted bootstrapping สามารถช่วยนักประวัติศาสตร์ตรวจสอบความเป็นจริงทางเลือก รวมถึงการให้ข้อมูลใหม่ ๆ สำหรับการถกเถียงและการอภิปรายทางประวัติศาสตร์

“มันแสดงให้เห็นว่าผลลัพธ์ของช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มีความประณีตสมดุลเพียงใด แม้ว่าเราจะใช้เหตุการณ์ของการต่อสู้จริง ๆ การเปลี่ยนเวลาหรือจัดเรียงวันเหล่านั้นใหม่เล็กน้อย สิ่งต่าง ๆ กลับแตกต่างจากเดิมไปมาก” – แม็คเคย์ กล่าว

Fact ในขณะที่อังกฤษกำลังทำสงครามกับเยอรมัน วินสตัน เชอร์ชิล ผู้ที่ไม่เคยนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินหรือรถเมล์เลย ได้รับคำแนะนำจากพระเจ้าจอร์จที่หกว่า “หากคุณมีปัญหา ให้ลองเดินไปฟังเสียงของประชาชนว่าพวกเขาคิดกันอย่างไร” จนเขาได้รู้ว่าประชาชนพร้อมต่างที่จะสู้กับจอมเผด็จการ ก่อนที่เย็นวันนั้นเขาจะกล่าวสุนทรพจน์ Finest Hour เพื่อปลุกใจคนในชาติให้หันมาสามัคคีกัน และมีชัยชนะเหนือเยอรมันในอีก 5 ปีถัดมา

อ่านต่อ – “เลโอ เมเจอร์” โคตรทหารสงครามโลก ลุยเดี่ยวจับเชลยนาซี 93 คน+ปลดแอกทั้งเมือง