พบกับเจ้า Giant Sea Spiders สัตว์โบราณ 500 ล้านปี ที่ตอนนี้หลบซ่อนอยู่ ณ ก้นมหาสมุทรขั้วโลก

ลึกลงไป 700 เมตร ที่ก้นมหาสมุทรแอนตาร์กติก (ขั้วโลกใต้) จะพบกับ “แมงมุมทะเลยักษ์” (Giant Sea Spiders) สิ่งมีชีวิตโบราณที่อาศัยอยู่บนโลกมานานกว่า 500 ล้านปี โดยไม่เปลี่ยนแปลงรูปร่างเลย มีชื่อวิทยาศาสตร์ Colossendeis megalonyx และแม้จะชื่อว่าแมงมุม แต่อยู่ในกลุ่มสัตว์ขาปล้อง (Pycnogonids) ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเดียวกับแมงมุมบนบก (Arachnids)

แมงมุมทะเลยักษ์ มีร่างกายที่แปลกประหลาด คือ ไม่มีลำตัว ไม่มีหัว มีแต่ขากับงวงที่ใช้ดูดอาหารเท่านั้น (พวกมันจะใช้งวงเจาะและดูดของเหลวออกจากตัวเหยื่อ เช่น ฟองน้ำ มอส และหนอนทะเล) ซึ่งอวัยวะภายในอย่างระบบย่อยอาหาร ระบบทางเดินหายใจ รวมถึงอวัยวะสืบพันธุ์ ล้วนอยู่ที่ขาทั้งหมด (สิ่งมีชีวิตแบบนี้เรียกว่า Pantopoda) ซึ่งขาแต่ละข้างยาว 25-50 เซนติเมตร

เป็นเรื่องแปลกที่สัตว์ขาปล้องอาศัยอยู่ในน้ำเย็นจัดจะมีขนาดใหญ๋ได้ขนาดนี้ เพราะโดยปกติยิ่งน้ำเย็นสัตว์จะยิ่งมีขนาดเล็กลงเพื่อลดการเผาผลาญ นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า เดิมทีพวกมันมีขนาดไม่ต่างจากแมงมุมทะเลทั่วไป (ขนาดไม่ถึง 1 เซนติเมตร) แต่สาเหตุที่แมงมุมชนิดนี้สามารถวิวัฒนาการขยายร่างใหญ่ขึ้นได้ขนาดนี้ มาจากปรากฎการณ์Polar Gigantism” (โพล่าไจแกนทิซึม) ที่เกิดขึ้น มหาสมุทรแอนตาร์กติกเมื่อ 30 ล้านปีก่อน

เคทลิน ชิชิโด (Caitlin Shishido) นักศึกษาปริญญาเอกสัตววิทยาที่มหาวิทยาลัยฮาวาย อธิบายถึงปรากฏการณ์ครั้งนั้นว่า จู่ ๆ น้ำในมหาสมุทรก็ลดอุณหภูมิเย็นจัดกว่าปกติ (ยิ่งน้ำเย็นออกซิเจนยิ่งเยอะ) อีกทั้ง แมงมุมทะเลยักษ์ยังมีอัตราการเต้นของหัวใจต่ำมาก รวมถึงเคลื่อนที่ช้าทำให้มีอัตราการเผาผลาญพลังงานต่ำ ซึ่งเมื่อบวกกับรูพรุนรับออกซิเจนที่มีอยู่ทั่วร่าง จึงทำให้ไม่แปลกที่มันจะตัวใหญ่ขึ้น หรือพูดง่าย ๆ “มันกินอาหารเยอะ (ในที่นี้คือออกซิเจน) + ไม่ยอมออกกำลังกาย (เผาผลาญต่ำ) = ทำให้อ้วนขึ้นนั่นเอง”

โดยปรากฎการณ์ Polar Gigantism ไม่ได้เกิดกับแมงมุมทะเลยักษ์เท่านั้น แต่ยังเกิดกับฟองน้ำทะเล หนอน รวมถึงสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวด้วยนั่นเอง

และด้วยความที่มันเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้ำเย็นจัด นักวิจัยจึงสงสัยว่าสัตว์ชนิดนี้จะสูญพันธุ์หรือไม่หากในอนาคตน้ำในมหาสมุทรมีอุณภูมิสูงขึ้น (เนื่องจากภาวะโลกร้อนมีแนวโน้มร้อนขึ้นทุกปี) นักวิทยาศาสตร์จึงทำการทดสอบโดยนำแมงมุมทะเลยักษ์มาอยู่ในบ่อเพิ่มอุณหภูมิน้ำ เพื่อดูปฏิกิรยาว่าพวกมันจะอ่อนแอลงหรือไม่ ? ผลปรากฏว่า อุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพวกมันเลยแม้แต่น้อย ซึ่งกุญแจในการปรับตัวของพวกมันก็คือ รูพรุนรอบลำตัวที่ยังสามารถรับออกซิเจนได้มากแม้น้ำจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นก็ตาม

Fact – มนุษย์ทั้งหมดบนโลกบริโภคเนื้อประมาณ 400 ล้านตันต่อปี ในขณะที่แมงมุมล่าเหยื่อเป็นน้ำหนักรวมกันประมาณ 800 ล้านตันต่อปี จากสมการดังกล่าว นักวิจัยจึงทำการเปรียบเทียบกับมวลชีวภาพทั้งหมดของมนุษย์ทั่วโลก ซึ่งมีอยู่ที่ประมาณ 316 ล้านตัน นั่นหมายความว่า “หากแมงมุมทั้งโลกร่วมมือกัน พวกมันจะสามารถกินมนุษย์ให้หมดจากโลกได้ภายในครึ่งปีอย่างแน่นอน” (แต่โชคดีที่เหยื่อของมันส่วนมากเป็นแมลง) อิอิ