พบพฤติกรรมสุดแปลก “แมงมุมทารันทูล่ายักษ์” จับ “กบ” เป็นสัตว์เลี้ยง (แถมเฝ้าดูแลด้วย)

ในปี 1989 นักวิจัย 2 ท่าน ชื่อ โครคราฟท์ และ แฮมเบลอร์ (Crocraft และ Hambler) ได้ออกสำรวจป่าทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเปรู ซึ่งจากการเฝ้าติดตามพฤติกรรมของแมงมุมที่มีขนาดใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า แมงมุมทารันทูล่ายักษ์ (Giant tarantulas) และกบปากแคบ (humming frogs) สามารถอาศัยร่วมกันได้ราวกับ “กบเป็นสัตว์เลี้ยงของเจ้าทารันทูล่ายังไงยังงั้น” (ปกติ “กบ” คืออาหารจานโปรดของ “แมงมุมทารันทูล่ายักษ์” ครับผม)

แมงมุมในรูปคือ Xenesthis immanis สายพันธู์ทารันทูล่า ที่มีต้นกำเนิดจากโคลอมเบีย

โดยนักวิจัยทั้งสองสังเกตเห็นว่าพวกมันอาศัยอยู่ในโพรงไม้เดียวกัน แถมแมงมุมยังมักจะนอนกกอยู่บนลำตัวของกบตัวนั้นด้วย (ถือเป็นพฤติกรรมประหลาดมาก ๆ เพราะตามกฎธรรมชาตินักล่าและเหยื่อไม่น่าสามารถอยู่ร่วมกันแบบนี้ได้)

ซึ่งเมื่อทำการศึกษาและวิจัยลึกลงไป ก็ได้คำตอบที่อธิบายถึงเหตุการณ์นี้ว่า “เพราะพวกมันต่างมีผลประโยชน์ร่วมกัน” คือกบจะช่วยกินมดที่จะเข้ามากินไข่ของแมงมุม ส่วนแมงมุมก็จะช่วยปกป้องเจ้ากบจากนักล่าตัวอื่น ๆ การอยู่ร่วมกันของ 2 สปีชีส์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงแบบนี้ มีชื่อเรียกว่า “ภาวะได้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน” (Protocooperation) เป็นการอยู่ร่วมกันของสิ่งมีชีวิต 2 ชนิด ที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ และไม่เสียผลประโยชน์หากต้องแยกกันอยู่

ซึ่งนักวิจัยทั้งสองยังได้ระบุเพิ่มเติมอีกว่า หลังเฝ้าสังเกตอยู่นานจนลูกแมงมุมฝักตัว แต่แมงมุมทารันทูล่าก็ยังไม่ยอมกินกบ พวกเขาสันนิษฐานว่าอาจมาจากสารพิษที่เคลือบผิวหนังของกบชนิดนี้ ที่มีรสชาติไม่ถูกปากทารันทูล่าเท่าไหร่นัก เพราะหลายครั้งพวกเขาสังเกตเห็นทารันทูล่ากินเข้าไปแล้ว แต่ก็คายออกมาทุกครั้ง

ต่อมาในปี 2002 โจลีน ชากานี (Jolene Csakany) ผู้เชี่ยวชาญความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์แห่งเปรู ได้ทำการทดลองเพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานของ โครคราฟท์ และ แฮมเบลอร์ ด้วยการทาสารพิษของกบปากแคบให้กับกบชนิดอื่นที่เป็นอาหารของทารันทูล่าอยู่แล้ว ผลก็คือทารันทูล่าไม่ยอมกินกบตัวนั้น (ลองกินเข้าไปแล้วแต่ก็คายออกมาเหมือนเดิม)

กระทั่งล่าสุดปี 2019 เอมานูเอล  บิกจี (Emanuele Biggi) นักธรรมชาติวิทยาชาวอิตาลี ได้ออกสำรวจป่าในบริเวณเดียวกับ โครคราฟท์ และ แฮมเบลอร์ อีกทั้งยังลุยเข้าไปในป่าอินเดียและศรีลังกาด้วย เขาพบว่า ทุกที่ที่พบทารันทูล่าจะต้องพบกบปากแคบ หรือทุกที่ที่มีกบปากแคบก็ต้องมีทารันทูล่า เอมานูเอลออกความเห็นว่า พวกมันอาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้อาศัยอยู่ร่วมกันได้ เพื่อความอยู่รอดและดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไปนั่นเอง (โดยทารันทูล่าในที่นี้หมายถึงหลาย ๆ สายพันธุ์ด้วยนะ ไม่ได้จำกัดแค่สายพันธุ์เดียว)

Fact – แมงมุมทารันทูล่ายักษ์ เป็นสัตว์ที่วิวัฒนาการมาตั้งแต่ยุคโบราณกว่า 350 ล้านปี แต่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายนอกน้อยมาก เรียกได้ว่า ในอดีตหน้าตาเป็นยังไงปัจจุบันก็หน้าตาเป็นยังงั้น โดยเราสามารถพบแมงมุมชนิดนี้ได้ทุกมุมโลก ยกเว้นเขตขั้วโลกเหนือและใต้ที่มีอากาศหนาวเย็น เพราะมันชอบอากาศร้อนชื้นสุด ๆ (มีทั้งหมด 900 สายพันธุ์ เมื่อโตเต็มวัยสามารถมีขนาดใหญ่ได้ถึง 33 เซนติเมตร อายุขัยเฉลี่ย 20-30 ปี ครับผม)