นักวิทย์เตือน ‘มนุษย์กำลังจะอดตาย’ จากความต้องการอาหารที่สูงขึ้น 80% ในปี 2100

วันที่ 9 ธันวาคม 2019 สำนักข่าว The Independent รายงานว่า โลกอาจจะต้องเผชิญกับความต้องการของอาหารที่เพิ่มขึ้นภายในปี 2100 และทำให้ประชากรโลกขาดแคลนอาหาร เนื่องจากกำลังการผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการ

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยกอตทิงเกน (University of Göttingen) ทำการหาค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ควบคู่กับการเพิ่มความสูงของร่างกายในหลาย ๆ ประเทศ พบว่าความต้องการแคลอรีทั่วโลกจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสามารถคาดการณ์ได้ว่าการบริโภคจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรระหว่างปี 2010 ถึง 2100 ได้ โดยที่การบริโภคอาหารทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 80% เมื่อสิ้นสุดศตวรรษนี้

60% ของการบริโภคที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการเติบโตของประชากรโลก ขณะที่อีก 20% มาจากปริมาณอาหารที่มนุษย์ต้องการมากขึ้น

ศาสตราจารย์ Tephan Klasen และ Lutz Depenbusch ได้สำรวจการเปลี่ยนแปลงของประชากรทั้งหมด 2 ประเทศ ได้แก่ เม็กซิโกที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และเนเธอร์แลนด์ที่มีประชากรความสูงเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 13.1 เซนติเมตร ระหว่างปี 1914 และ 2014

“พัฒนาการของประเทศสองประเทศนี้มีความเด่นชัดมาก และก็แสดงให้เห็นถึงเหตุการณ์ที่เป็นไปได้ด้วย” – ดร. Depenbusch กล่าว

ถ้าหากการผลิตอาหารทั่วโลกไม่สนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น นักวิจัยกลัวว่าปัญหานี้จะไม่ถูกควบคุมโดยค่าดัชนีมวลกายที่ลดลงของประชากรโลก เนื่องจากคนรวยสามารถคงนิสัยการกินของตนเหมือนเดิมได้โดยไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ แต่คนจนจะได้รับผลกระทบอย่างมากจากราคาของอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น อันเนื่องมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น

สิ่งนี้จะนำไปสู่การบริโภคอาหารราคาถูกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมักอุดมไปด้วยแคลอรี แต่มีสารอาหารต่ำ เป็นผลให้น้ำหนักตัวของคนจนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการขาดสารอาหารและสุขภาพที่แย่ลง”

Fact 1 ใน 3 ของประชากรมีปัญหาการขาดสารอาหารในหลายรูปแบบ ตั้งแต่ระดับร้ายแรงจนถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิต ไปจนถึงแบบที่ไม่ร้ายแรงและเกิดจากพฤติกรรมการรับประทานที่ไม่ถูกต้องซึ่งส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว

อ่านต่อ – ขุดพบ “กระดูกเด็ก” ที่กำลังสวมกระโหลกของเด็กอีกคน คล้ายกับเป็นหมวกกันน็อค