พบ “ฟอสซิลกะโหลกไดโนเสาร์” สายพันธุ์ใหม่ (อายุ 70 ล้านปี) ถูกตั้งชื่อว่า “Hellboy”

ย้อนไปเมื่อปี 2005 ขณะที่ ปีเตอร์ ฮิวส์ นักชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยคัลการี กำลังจะตกปลาบริเวณแม่น้ำโอลด์แมน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐอัลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา จู่ ๆ เขาก็พบเข้ากับฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตโผล่ออกมาจากหินผาชันยาวประมาณ 1 เมตร ซึ่งในภายหลังฟอสซิลดังกล่าวได้รับการตรวจสอบว่า เป็นกะโหลกศีรษะของไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ และมีการตั้งชื่อเล่นให้มันว่า “เฮลล์บอย” (Hellboy)

Regaliceratops peterhewsi

โดยฟอสซิลดังกล่าวนั้น ได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการในปี 2015 มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า “Regaliceratops peterhewsi” (อ่านว่า เร-กา-ลิ-เซอ-รา-ทอปส์ ปี-เตอร์-ฮิว-ซิ) เป็นไดโนเสาร์กินพืชที่อาศัยอยู่ในปลายยุคครีเทเชียส หรือประมาณ 68 ล้านปีก่อน มีขนาดของร่างกายยาวประมาณ 5 เมตร หนักราว 1.5 ตัน เทียบเท่ารถเอสยูวีขนาดใหญ่

ดร.คาเล็บ บราวน์ นักบรรพชีวินวิทยาจากพิพิธภัณฑ์รอยัลไทร์เรล กล่าวว่า “เรกาลิเซอราทอปส์นั้นเป็นญาติใกล้ชิดกับไทรเซอราทอปส์ โดยพวกมันถูกจัดอยู่ในอนุวงศ์ Chasmosaurinae ที่มาจากตระกูล Ceratopsidae แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า ตระกูลของไดโนเสาร์มีเขานั้นจะแยกเป็น 2 อนุวงศ์ด้วยกัน ซึ่งอีกประเภทคือ Centrosaurines และนั่นก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกว่าทำไมวิวัฒนาการของเรกาลิเซอราทอปส์กลับดูคล้าย Centrosaurines ทั้งที่สูญพันธุ์ไปกว่าร้อยล้านปีก่อนที่เรกาลิเซอราทอปส์จะเกิด”

(ซ้าย) กะโหลกของไดโนเสาร์มีเขากลุ่ม Centrosaurines, (กลาง) กะโหลกของเรกาลิเซอราทอปส์, (ขวา) กะโหลกของไดโนเสาร์กลุ่ม Chasmosaurinae

โดยจุดเด่นของไดโนเสาร์ประเภท Chasmosaurinae คือ พวกมันจะมีเขาจมูกที่เล็ก – เขาขอบตาใหญ่ – กระดูกตรงแผงคอจะเป็นแฉกสั้น ๆ เรียงกัน แต่ Centrosaurines จะมีเขาจมูกใหญ่ – เขาขอบตาเล็ก – กระดูกตรงแผงคอจะเป็นแฉกแยกจากกันชัดเจน ซึ่งเมื่อพิจารณากับเรกาลิเซอราทอปส์ที่เป็น Chasmosaurinae แต่กลับมีเขาจมูกใหญ่ – เขาขอบตาเล็ก – กระดูกตรงแผงคอเป็นแฉกสั้น ๆ แต่ยาวกว่า Chasmosaurinae ทั่วไป ดังนั้น ดร.บราวน์จึงสรุปได้ว่า “นี่คือการบรรจบการทางวิวัฒนาการของไดโนเสาร์มีเขา 2 กลุ่ม ซึ่งหมายความว่าพวกมันวิวัฒนาการคล้ายคลึงกันอย่างอิสระนั่นเอง”

นอกจากนี้ ดร.บราวน์ยังกล่าวเสริมอีกว่า “ในตอนแรกเราคิดว่าพวกมันมีเขาไว้สำหรับป้องกันตัวเหมือนกับไทรเซอราทอปส์ แต่เมื่อศึกษาไดโนเสาร์สายพันธุ์อื่นที่มีเขาเหมือนกันมากขึ้นจึงทำให้ทราบว่า แท้จริงแล้วพวกมันมีเขาไว้ดึงดูดเพศตรงข้ามและสื่อสารกับพรรคพวกเดียวกัน เช่นเดียวกับเกราะที่เหมือนมงกุฎบริเวณแผงคอที่แค่มีไว้เพื่อความน่าเกรงขามเท่านั้น”

(ภาพซ้าย) ฟอสซิลเรกาลิเซอราทอปส์ที่ถูกฝังอยู่ในหิน, (ภาพขวา) ฟอสซิลกะโหลกที่สมบูรณ์ของเรกาลิเซอราทอปส์

ส่วนสาเหตุที่มันถูกตั้งชื่อเล่นว่า “Hellboy” มาจากลักษณะทางร่างกายที่มีเขาสั้น ๆ อยู่เหนือขอบตา คล้ายกับตัวละครในเรื่อง Hellboy และอีกหนึ่งเหตุผลของชื่อนี้ยังมาจากความยากลำบากในการขุดฟอสซิลนี้ที่ต้องใช้เวลานานถึง 10 ปีเต็ม เนื่องจากฟอสซิลเจ้าเฮลล์บอยนั้น ถูกฝังอยู่ในหินแข็งบริเวณหน้าผาสูงชัน ซึ่งใกล้กับตำแหน่งที่สัตว์คุ้มครองอย่างปลาเทราต์ใช้วางไข่จึงต้องระวังเป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้คำว่า Hell จึงเปรียบเสมือนฝันร้ายและความยากลำบากในการขุดมันขึ้นมานั่นเอง

ดร.บราวน์ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า “การค้นพบครั้งนี้อาจเป็นฟอสซิลที่สมบูรณ์และน่าตื่นเต้นที่สุดที่เราเคยพบมา เพราะอันที่จริงแล้ว กระบวนการกลายเป็นฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตนั้นนับว่ายากมาก มีไดโนเสาร์น้อยกว่า 1 เปอร์เซนต์ ที่ถูกเก็บรักษาจนเป็นฟอสซิล แถมส่วนใหญ่ก็แทบจะไม่รอดจากการถูกกดทับและกัดเซาะซึ่งเกิดขึ้นตลอดระยะเวลาหลายสิบล้านปี ดังนั้นความสมบูรณ์ของเรกาลิเซอราทอปส์จึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและหาได้ยากมาก ๆ”

เพิ่มเพื่อน