พบกับ “วัวไฮแลนด์” (วัวพันธุ์ขนปุย) ที่คนนิยมกินเพราะเนื้ออร่อย-และเลี้ยงเพราะน่ารัก

“วัวไฮแลนด์” (Highland cattle) เป็นวัวท้องถิ่นของประเทศสกอตแลนด์ มีถิ่นกำเนิดอยู่บริเวณที่ราบสูงและหมู่เกาะ Outer Hebrides โดยวัวสายพันธุ์นี้จัดเป็นสายพันธุ์โบราณที่มีชีวิตอยู่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 ก่อนจะถูกระบุสายพันธุ์อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ.1885 ซึ่งทุกวันนี้ยังสามารถพบได้ทั่วสกอตแลนด์ตอนใต้ เช่นเดียวกับบางประเทศในยุโรป ออสเตรเลีย รวมไปถึงอเมริกาเหนือและใต้ด้วยเช่นกัน

ลักษณะภายนอกของวัวไฮแลนด์นั้นไม่เพียงแต่เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้พวกมันดูโดดเด่นแต่ยังช่วยให้สามารถอยู่รอดได้ด้วย โดยพวกมันมีขน 2 ชั้น ขนชั้นนอกจะมีความยาว หยัก และมีความมัน ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นในสภาพแวดล้อมที่มีหิมะ ว่ากันว่าวัวพันธุ์นี้เกือบจะทนความหนาวเทียบเท่ากับสัตว์ในเขตอาร์กติกได้เลยด้วยซ้ำ โดยในฤดูร้อนขนเหล่านี้จะถูกผลัดออกเพื่อปรับอุณหภูมิของร่างกายนั่นเอง

นอกจากนี้ ขนอันยุ่งเหยิงที่ดูเหมือนเพิ่งตื่นนอนของพวกมันยังยาวมาปกป้องดวงตาจาก ลูกเห็บ แมลง และฝนได้ด้วย ส่วนเขาของพวกมันก็มีไว้สำหรับกวาดหิมาเพื่อหาอาหารนั่นเอง โดยสีของพวกมันที่เห็นกันทั่วไปมักจะเป็นสีน้ำตาล หรือน้ำตาลแดง แต่จริง ๆ แล้วพวกมันยังมีสีขาวและสีดำด้วยเช่นกัน

ซึ่งวัวสายพันธุ์นี้จะมีขนาดตัวที่เล็กกว่าสายพันธุ์ทั่วไป โดยตัวผู้ (Bulls) จะมีขนาดยาว 106-120 ซม. หนักได้สูงสุด 800 กก. มีจุดเด่นตรงที่ส่วนเขาจะหนากว่าตัวเมีย และโค้งไปข้างหน้า ส่วนวัวตัวเมีย (Cows) มีขนาดเล็กกว่า ลำตัวยาว 90-103 ซม. หนักได้สูงสุด 500 กก. ส่วนเขาจะเรียวและโค้งขึ้นนั่นเอง

โดยทั่วไปแล้วอาหารของวัวชนิดนี้จะเป็นหญ้าแห้ง ฟาง หรือพืชสีเขียวบนที่ราบสูง ซึ่งที่จริงแล้วพวกมันสามารถกินพืชบนที่ราบสูงได้แทบทุกชนิดไม่เว้นแม้แต่ไม้เลื้อยมีพิษ ขอเพียงแค่มีน้ำจืดเพียงพอเท่านั้น โดยพวกมันจะใช้ลิ้นในการดึงหญ้าและพืช ซึ่งจะไม่กระทบต่อส่วนของดอกแต่อย่างใด นั่นจึงทำให้ทุ่งหญ้าที่พวกมันอาศัยยังคงเต็มไปด้วยดอกไม้เล็ก ๆ และด้วยพฤติกรรมการบริโภคแบบนี้ทำให้มูลของมันยังถือเป็นปุ๋ยชั้นดีอีกด้วย

ทั้งนี้ ด้วยความที่วัวไฮแลนด์สามารถปรับตัวให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากแบบนี้ได้ นั่นทำให้เนื้อของพวกมันมีคุณภาพสูงระดับพรีเมียม โดยเนื้อของวัวพันธุ์นี้จะมีไขมันและโคเลสเตอรอลน้อยกว่าวัวทั่วไปถึง 40% อีกทั้งยังมีธาตุเหล็กสูงและมีลายหินอ่อนที่ชัดเจน เนื้อจึงมีความนุ่ม ละเอียด และฉุ่มช่ำเป็นธรรมชาติ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงเช่นกัน ดังนั้นจึงมีการผสมข้ามสายพันธุ์กับวัวพันธุ์อื่น ๆ เพื่อให้ผลิตเนื้อวัวได้มากขึ้น

นอกจากนี้ วัวไฮแลนด์ยังมีชื่อเสียงเรื่องความเป็นมิตรกับผู้คนมาก ๆ พวกมันมักเข้าหาผู้คนเพื่อเรียกร้องความสนใจ อีกทั้งงานวิจัยยังพบว่า พวกมันมีลำดับชั้นในการปกครองที่ชัดเจน ซึ่งลำดับชั้นทางสังคมนั้นจะขึ้นอยู่กับอายุและเพศ สิ่งเหล่านี้เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้พวกมันไม่ก้าวร้าว มีความเข้าอกเข้าใจกันในครอบครัว เราจึงแทบไม่เห็นสัตว์ชนิดนี้ต่อสู้กันอย่างโหดร้าย นี่จึงทำให้ผู้คนนิยมนำมันไปเป็นสัตว์เลี้ยงด้วยนั่นเอง

เพิ่มเติม – แม้ว่าวัวไฮแลนด์จะมีเนื้อในระดับบพรีเมียมถึงขนาดถูกเลี้ยงเป็นโคเนื้อเพื่อส่งออก แต่ทว่ามันกลับผลิตนมได้เพียงวันละ 2 แกลลอนเท่านั้น โดยนมของพวกมันพิเศษตรงที่มีไขมันเนยสูงมากถึง 10% เลยทีเดียว