ถ้าคิดว่า ฮิปโป-ปัจจุบันโหดแล้ว แต่การค้นพบล่าสุดบอกว่า “ฮิปโปเมื่อ 260 ล้านปีก่อนโหดกว่า”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิตวอเตอร์สแรนด์ ของแอฟริกาใต้ ได้เผยข้อมูลอันน่าสนใจเกี่ยวกับ สัตว์ดึกดำบรรพ์ร่างยักษ์นามว่า แอนทีโอซอรัส (Anteosaurus) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกมันไม่ได้อืดอาดและเชื่องช้า อย่างที่เข้าใจกันมาตลอด แต่มันกลับรวดเร็วและดุร้าย จนอาจเรียกได้ว่าเป็น “เครื่องจักรสังหาร” เลยทีเดียว

โดยแอนทีโอซอรัส เป็นสัตว์เลื่อยคลานที่ถูกจัดอยู่ในตระกูลไดโนเซฟาเลียน (Dinocephalians) ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมคล้ายกับฮิปโปและแรด พวกมันเติบโตขึ้นในแอฟริกาเมื่อ 260 ล้านปีก่อน ด้วยขนาดตัวที่ยาว 5-6 เมตร และหนัก 500-600 กิโลกรัม อีกทั้งมีกะโหลกขนาดใหญ่ที่ยาวประมาณ 50-80 เซนติเมตร ด้วยขนาดที่มหึมาขนาดนี้ทำให้มันกลายเป็นสัตว์เลื้อยคลานประเภทกินเนื้อที่ใหญ่ที่สุดแห่งยุคเพอร์เมียนแบบไม่ต้องสงสัย

ทั้งนี้ จากการศึกษาครั้งใหม่โดยการสแกนกะโหลกด้วย micro-CT และจำลองออกมาใหม่ในรูปแบบ 3 มิติ เผยให้เห็นว่าแอนทีโอซอรัสมีหูชั้นในที่ค่อนข้างใหญ่ มีลักษณะเหมือนท่อกระดูกซึ่งช่วยในการปรับสมดุลของการเคลื่อนไหว อีกทั้งขนาดของสมองที่ใหญ่ซึ่งช่วยส่งเสริมการเคลื่อนไหวของร่างการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้มันยังมีก้อนเล็ก ๆ ในสมองที่เรียกว่า “ฟลอคคิวลี” (flocculi) ซึ่งตอบสนองต่อความคล่องตัวของร่างกาย ทำให้แอนทีโอซอรัสสามารถลืมตาขณะกำลังไล่ล่าเหยื่อได้

ภาพจำลองกะโหลกของ แอนทีโอซอรัส (Anteosaurus-ซ้าย) กับ มอสคอกนาทัส (Moschognathus-ขวา) เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของโพรงสมอง (สีเขียว) และ หูชั้นใน (สีม่วง)

นอกจากจะมีความเร็วในการไล่ล่าเหยื่อแล้ว “ฟัน” ยังถือเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ทำให้นักวิจัยขนานนามพวกมันว่า “เครื่องจักรสังหาร” โดยภายในปากของพวกมันเต็มไปด้วยฟันที่เรียงรายกันอยู่มากมาย ฟันบนและเขี้ยวของมันมีขนาดที่ใหญ่และเป็นเอกลักษณ์ บวกกับกรามขนาดใหญ่อันทรงพลัง ซึ่งบ่งชี้ว่ามันสามารถบดกระดูกของเหยื่อได้อย่างสบาย ๆ

อย่างไรก็ตาม จูเลียน เบนวา (Julien Benoit) นักวิจัยอาวุโสของมหาวิทยาลัยวิตวอเตอร์สแรนด์ กล่าวว่า “ที่ผ่านมาอาจเคยมีงานวิจัยที่สรุปว่า แอนทีโอซอรัสเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ เพราะขนาดตัวอันใหญ่ยักษ์ทำให้มันอาจเคลื่อนไหวร่างกายบนบกได้อย่างยากลำบาก อีกทั้งความเข้าใจที่ว่า สัตว์ชนิดนี้มีอุปนิสัยการล่าเหยื่อแบบซุ่มโจมตี ซึ่งจากผลการศึกษาครั้งใหม่ได้หักล้างความเชื่อดังกล่าวไปทั้งหมด เนื่องด้วยขนาดของร่างกาย กลไกการบดเขี้ยว และความเร็ว ได้บ่งชี้ว่า มันเป็นนักล่าที่จู่โจมเหยื่ออย่างรวดเร็วและอาจเป็นคู่แข่งในการล่าเหยื่อกับสัตว์ที่อยู่สูงสุดของหัวโซ่อาหารในยุคนั้นอย่าง เทอโรเซฟาเรียน (Therocephalian) อีกด้วย”

เพิ่มเติม – ยุคเพอร์เมียน (Permian Period) นับเป็นยุคสุดท้ายของมหายุคพาลีโอโซอิก ซึ่งอยู่ระหว่าง 299-250 ล้านปีก่อน ยุคนี้ถือเป็นยุคที่มีความเปลี่ยนแปลงทางด้านภูมิศาสตร์และบรรยากาศอย่างมาก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการวิวัฒนาการของสัตว์ชนิดต่าง ๆ เช่น สัตว์มีกระดูกสันหลัง ปลา และสัตว์เลื้อยคลาน โดยยุคดังกล่าวถือเป็นยุคที่มีสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอยู่มาก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า ไดโนเสาร์บางชนิดที่เกิดในยุคหลังอาจวิวัฒนาการมาจากสัตว์เลื้อยคลานในยุคนี้ก็เป็นได้

Fact – รู้หรือไม่ว่า จระเข้แทบจะสู้ฮิปโปไม่ได้เลย นั่นก็เพราะฮิปโปเป็นสัตว์ที่มีอารมณ์ฉุนเฉียวและดุร้ายมาก พวกมันพร้อมสู้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งต่างจากจระเข้ที่จะสู้เมื่อจำเป็นเท่านั้น และถึงแม้จระเข้จะมีแรงกัดที่มากกว่า แต่ผิวหนังของฮิปโปนั้นมีความหนาถึง 50 เซนติเมตร ซึ่งเปรียบเหมือนเกราะดี ๆ นี่เอง อีกทั้งฮิปโปยังมีเขี้ยวที่ยาวกว่า 60 เซนติเมตร ซึ่งสามารถกัดจระเข้ทะลุได้แบบสบาย ๆ นอกจากนี้ แม้ฮิปโปจะมีน้ำหนักตัวราว 2-4 ตัน แต่มันกลับวิ่งบนบกได้ไวถึง 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งไวกว่าจระเข้อย่างเห็นได้ชัด ฉะนั้นแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมจระเข้จึงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะปะทะกับฮิปโป แม้วันพวกมันมักจะโคจรมาอยู่ใกล้กันบ่อย ๆ ก็ตาม