พบกับ “จักรพรรดิหงอู่” (เจ้าของฮาเร็มใหญ่ที่สุดในโลก) ผู้ครอบครอง “นางสนม” มากนับพันคน

ในอดีต – จักรพรรดิของจีนทุกพระองค์ จะได้รับภารกิจสำคัญตั้งแต่เกิด นั่นคือ “ต้องมีทายาทเพื่อสืบทอดราชวงศ์ต่อไปให้ได้” ด้วยเหตุนี้ จึงมีการจัดสถานที่ “ฮาเร็ม” (Harem) เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะได้โอรสเพศชายมาสืบทอดบัลลังค์มากขึ้น โดยแต่ละราชวงศ์จะมีการจัดฮาเร็มที่ต่างกันออกไป ซึ่งหากรวมแล้วมีผู้หญิงที่เข้าร่วมฮาเร็มในจักวรรดิจีนมากถึง 20,000 คน โดยในบทความนี้จะยกตัวอย่างการจัดฮาเร็มของ “จักรพรรดิหงอู่” จักรพรรดิพระองค์แรกแห่งราชวงศ์หมิง (รางชวงศ์นี้มีนางสนมอยู่ในฮาเร็มมากที่สุดกว่า 9,000 คน ตลอดเวลาร่วม 300 ปี)

โดยฮาเร็มของพระเจ้าหงอู่ แบ่งออกเป็น 3 ชนชั้น คือ 1.จักพรรดินี (empress) 2.พระมเหสี (consort) 3.นางสนม (concubine)

จักรพรรดินี คือหญิงสาวที่อยู่เป็น “ภรรยา (ทางการ)” ได้รับการยกย่องให้เป็น “มารดาของโลก” และเป็นผู้หญิงที่ได้รับการเคารพนับถือสูงสุดในจีน เป็นรองเพียงจักรพรรดิและแม่ของจักรพรรดิเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งที่เรียกว่า “อัครมเหสี” (คือภรรยาของจักรพรรดิองค์ก่อนหน้าที่เสียชีวิตไปแล้ว-มีอำนาจเท่ากันด้วย)

รองลงมาจะเป็น “พระมเหสี” คือหญิงสาวที่จักรพรรดิถูกใจก็จะได้รับเชิญเข้าวัง ลำดับสุดท้ายคือ “นางสนม” จะเป็นการคัดเลือกจากหญิงสาวสามัญชนทั่วไป หรือบางราชวงศ์จะคัดเลือกจากหญิงสาวที่มีชาติตระกูล (การคัดเลือกสนมจะเปลี่ยนไปตามแต่ราชวงศ์)

การคัดเลือกนางสนมจาก 5,000 คน เหลือ 50 คน –  ฮาเร็มของพระเจ้าหงอู่จะทำการคัดเลือกหญิงสาวสามัญชนทั่วไป (ที่มีอายุตั้งแต่ 14-16 ปี ที่ยังไม่ได้แต่งงาน จำนวน 5,000 คน) ให้เข้ารับการคัดเลือก ในสมัยนั้นการถูกคัดเลือกเข้าไปเป็นนางสนมไม่ใช่เรื่องน่ายินดี เพราะหากได้รับการคัดเลือกเข้าวังจะไม่มีวันได้ออกมาอีก ทำให้เมื่อใกล้ถึงช่วงคัดเลือกนางสนม ชาวบ้านจะเร่งหาคู่ให้ลูกหรือหลานสาวของตัวเองเพื่อเลี่ยงการถูกคัดเลือก นี่จึงเป็นสาเหตุให้ประเทศจีนมีประชากรมากนั่นเอง

และผู้ที่ทำการคัดเลือกนางสนมก็คือ “ขันที” โดยจะคัดเลือกจากหญิงสาวทั้งหมด 5,000 คน ให้เหลือเพียง 50 คน ซึ่งในขั้นตอนการคัดเลือก จะแบ่งออกเป็น 4 ด่านด้วยกัน (บอกได้เลยว่าละเอียดยิบเลยล่ะ)

ด่านแรก “ฟัน” หญิงสาวที่จะมาเป็นนางสนมจะต้องมีฟันที่เรียงตัวสวยโดยธรรมชาติทั้งบน-ล่าง ห้ามมีฟันเก ฟันเบี้ยว หรือฟันที่ยาวเกินไป เล็กเกินไป ใหญ่เกินไปก็ไม่ได้ ในด่านนี้จะคัดผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ออก 1,000 คน

ด่านที่สอง “ใบหน้า-ลำตัว” ในราชวงศ์หมิงขึ้นชื่อเรื่องการคัดเลือกหญิงสาวจาก “ความงาม” ในด่านนี้ขันทีจะตรวจตั้งแต่ใบหูต้องไม่กาง-ไม่ใหญ่-ไม่เล็กเกินไป ดวงตากลมโต ริมฝีปากบาง จมูกเป็นสัน ไม่บาน ผมดำสนิท ผิวขาวละเอียด รูขุมขนเล็กไม่กว้าง แขน ขา เอว ไหล่ หลัง ต้องเรียวบาง อีกทั้งยังให้ขานชื่อออกเสียง และหากเสียงเหมือนผู้ชาย ก็จะถูกคัดออกด้วยเช่นกัน ด่านนี้จะคัดออกอีก 2,000 คน

ด่านที่สาม “ฝ่าเท้า-ฝ่ามือ” จะต้องมีฝ่าเท้าที่ไม่ใหญ่เกินไป ทดสอบท่าเดินต้องสง่า มั่นคง และฝ่ามือเล็ก นิ้วเรียวยาว ข้อมือไม่สั้น หญิงสาวที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะถูกคัดออกอีก 1,000 คน

ภาพของขันทีที่ถูกตอนอวัยะเพศ – มีหน้าที่หลักคือการดูแลนางสนมโดยเฉพาะ

ด่านที่สี่ “ตรวจภายใน” หญิงสาวที่เหลือสุดท้าย 1,000 คน จะถูกเชิญเข้าวังเพื่อไปตรวจอวัยวะภายใน หน้าอก กลิ่นรักแร้ กลิ่นจิมิ และทดสอบความเต่งตึงของผิว ด้วยการทดสอบมัดผิวว่ามีริ้วรอยมากแค่ไหน เพื่อคัดให้เหลือเพียง 300 คน โดยหญิงสาวที่เหลือนี้จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “นางใน”

และสุดท้ายตลอดระยะเวลา 1 เดือน นางในจะถูกสังเกตการณ์โดยขันทีเพื่อดู กิริยา คำพูด ชีวิตประจำวันว่าใน 300 คนนี้มีใครที่เหมาะจะได้รับการเป็นนางสนมบ้าง ซึ่งจะคัดให้เหลือเพียง 50 คนเพื่อเข้าเฝ้าจักรพรรดิ ซึ่งคาดว่าตลอดระยะเวลากว่า 300 ปี ของราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368-1644) ได้จัดสรรขันทีกว่า 100,000 คน เพื่อคอยทำหน้าที่จัดหาและดูแลนางสนมเลยล่ะครับ

Fact – “ขันที” คือผู้ดูแลและคัดเลือกหญิงสาวให้จักรพรรดิ โดยขันธีคือผู้ชายที่ถูกตอนอวัยวะเพศออกเพื่อให้แน่ใจว่าเด็กที่เกิดในวังนั้นเป็นลูกที่เกิดจากจักรพรรดิเท่านั้น ซึ่งผู้ชายจะไม่ได้รับอนุญาติให้เข้ามาในวังฮาเร็มเด็ดขาด (แต่ก็มีขันทีที่ไม่จำเป็นต้องถูกตอน หรืออาจจะถูกตอนแค่อัณฑะ สำหรับส่วนนี้จะบอกเล่าในบทความต่อ ๆ ไปครับผม)