สวย+อัจฉริยะสุด ๆ “เฮดี้ ลามาร์” นักแสดงฮอลลีวูดคนนี้คือคนคิดค้น Wifi และบลูทูธ

สารคดี Bombshell ได้เปิดเผยเรื่องราวของ “เฮดี้ ลามาร์” (Hedy Lamarr) นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง โดยนอกจากจะได้รับการยกย่องให้เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดโลก (ในช่วงยุค 90s) แต่อีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนยังไม่เคยทราบมาก่อน นั่นคือ เธอยังเป็นนักประดิษฐ์คนสำคัญของโลก จากสิ่งประดิษฐ์ที่ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ WIFI และ บลูทูธ เทคโนโลยีที่พวกเราใช้กันอยู่ทั่วโลก ณ ปัจจุบันนี้ครับ

เธอเกิดที่ประเทศออสเตรีย 1914 ในครอบครัวชาวยิว โดยปรากฏตัวครั้งแรกบนจอภาพยนตร์ในปี 1933 ด้วยการรับบทเปลือยกาย ในหนังเรื่อง Ecstasy ที่ ณ เวลานั้น ยังไม่มีนักแสดงคนใดกล้ารับบทท้าทายสังคมแบบนี้ แต่การเสี่ยงในครั้งก็ทำให้เธอดังเป็นพลุแตกทันที

จากนั้นในปี 1934 เธอตัดสินใจลาออกจากวงการภาพยนตร์เยอรมัน และได้แต่งงานกับมหาเศรษฐีนักค้าอาวุธชาวเยอรมัน ฟรีดริช แมนดัล (Friedrich Mandl) ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เธอเริ่มสนใจและคุ้นเคยกับเทคโนโลยีทางการทหารนับแต่นั้นมา

ซึ่งแม้สามีของเฮดี้จะร่ำรวยมหาศาล แต่ดูเหมือนเงินจะไม่ใช่คำตอบสำหรับเธอ เฮดี้จึงตัดสินใจกลับไปสานฝันอาชีพนักแสดงอีกครั้ง และต้องการจะหนีให้พ้นจากสามีนักค้าอาวุธที่มีเรื่องเสี่ยงชีวิตมากมาย โดยเธอเลือกอพยพไปยัง “ประเทศอเมริกา”

ระหว่างเดินทางเธอได้มีโอกาสพบกับ หลุยส์ บี เมเยอร์ (Louis Burt Mayer – ผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอ MGM) โดยชายผู้นี้ได้เห็นถึงความเฉลียวฉลาดที่พุ่งทะลุใบหน้าอันงดงามจากการพูดคุย จึงได้ชักชวนเธอให้เข้าสู่วงการฮอลลีวูดทันที

และด้วยฝีมือการแสดงบวกกับความกล้าที่จะรับบทท้าทายมากมาย จึงทำให้เธอมีโอกาสได้เล่นภาพยนตร์หลายเรื่อง อีกทั้งยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์อีกหลายสาขา และอย่างที่เห็นในรูปนะครับ ใบหน้าที่สวยงามขนาดนี้จึงทำให้ไม่แปลกที่จะได้รับการขนานนามว่า “เฮดี้ ลามาร์ เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก” ในขณะนั้นเลยทีเดียว

เข้าเรื่องเทคโนโลยี –  ในปี 1940 (อยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2) เธอได้พบกับเพื่อนนักเปียโนและนักแต่งเพลง ชื่อ จอร์จ แอนเทลล์ (George Antheil) ที่มีความสนใจเรื่องอาวุธและสงครามเช่นกัน (ทั้งคู่ต้องการช่วยฝ่านพันธมิตรอย่างสุดใจ) โดยแอนเทลล์เล่าว่า “ตอปิโดของฝ่ายเรามักถูกนาซีสกัดได้ง่ายมาก ๆ” เมื่อคิดอยู่นานเฮดี้จึงปิ๊งไอเดียว่า “งั้นเราก็ทำให้พวกนั้นตรวจจับสัญญาณของเรายากขึ้นสิ” เมื่อคิดได้เช่นนั้นจึงไม่รอช้า รีบลงมือพัฒนาไอเดียที่ว่าทันที

ทั้งคู่ร่วมมือกันพัฒนาวิธีการสื่อสารแบบใหม่จนสำเร็จ และตั้งชื่อว่า “Frequency-Hopping” เป็นเทคนิคปล่อยสัญญาณแบบหลายระดับ เพื่อให้สัญญาณมีความซับซ้อนแบบสุด ๆ ช่วยป้องกันข้าศึกขัดขวางการส่งสัญญาณ การดักฟัง หรือการตรวจจับคลื่นความถี่ได้ยากยิ่งขึ้น โดยเทคนิคนี้ใช้เวลาในการพัฒนาเพียง 2 ปีเท่านั้น

แบบแปลนของแนวคิด ที่ถูกนำไปใช้ในกองทัพจริง ๆ

ซึ่งจากการทดสอบอยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็ได้รับการยอมรับจากกองทัพสหรัฐฯในปี 1942 จากนั้นจึงได้รับการอนุมัติให้ผลิตอุปกรณ์ส่งสัญญาณวิทยุที่มีชื่อว่า “Secret Communications System” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนความถี่ของวิทยุ เพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูถอดรหัสลับได้ และจากความสำเร็จดังกล่าวทำให้ในปี 1950 เฮดี้และจอร์จก็ตัดสินใจเปิดบริษัทของตัวเองเพื่อมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีไร้สายอย่างจริงจัง

ซึ่งต่อมาเมื่ออุปกรณ์เทคโนโลยีทันสมัยขึ้น เทคนิคการสื่อสารแบบซับซ้อนอย่าง Frequency-Hopping ก็ได้กลายเป็นรากฐานที่ถูกนำมาพัฒนาต่อยอดจนเกิดเป็นเครือข่ายไร้สายที่มีคลื่นความถี่มหาศาล เช่น สัญญาณโทรศัพท์ สัญญาณไวไฟ จีพีเอส และบลูทูธ ที่พวกเราใช้กันอยู่ทุกวันนี้นั่นเอง

เฮดี้ ลามาร์ เสียชีวิตในวันที่ 19 มกราคม 2000 (ด้วยวัย 85 ปี) ซึ่งระหว่างการประดิษฐ์และคิดค้น เธอก็ยังคงรับงานแสดงควบคู่ไปด้วยนะ (ระหว่างปี 1930-1950) กระทั่งล่าสุดเมื่อปี 2014 ชื่อของเธอก็ได้รับการสลักอยู่ในหอเกียรติยศของสมาคมนักประดิษฐ์แห่งอเมริกา (National Inventors Hall of Fame) จากผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อวงการเทคโนโลยีทางการสื่อสารนั่นเอง (แต่อันที่จริงแล้ว เมื่อปี 1966 ชื่อของเธอก็ถูกสลักไว้บนทางเท้า Hollywood Walk of Fame ก่อนหน้านี้แล้วนะ) สวยและเก่งสุด ๆ ไปเลย สุดยอดจริง ๆ ครับ