รู้จักกับ “ฮันนี่แบดเจอร์” สัตว์นักบู๊ ที่แม้แต่สิงโตก็ไม่กลัว (ฝูงไฮยีนา 10 – 1 ก็บวกมาแล้ว)

“ฮันนี่แบดเจอร์” (Honey Badger) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตระกูลเดียวกับตัวพังพอน ชื่อวิทยาศาสตร์ Mellivora Capensis อาศัยอยู่ที่ทวีปแอฟริกาเขตซาฮารา มีขนาดตัวโตเต็มที่หนักประมาณ 6-14 กิโลกรัม สูง 23-28 เซนติเมตร (วัดจากพื้นถึงหัวไหล่) ซึ่งหน้าตามันอาจดูไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่บอกเลยว่าเจ้าตัวนี้โหดมากนะครับ เพราะมันสามารถบวกได้กับนักล่าทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นงู ฝูงไฮยีนา หรือกระทั่งสิงโตมันก็ไม่กลัว

จากข้อมูลพื้นฐานจะเห็นพวกมันมีขนาดตัวไม่ใหญ่นัก (พอ ๆ กับสุนัขขนาดกลาง) แต่กลับกล้าต่อสู้กับนักล่าขนาดใหญ่อย่างสิงโตหรือไฮยีนา ซึ่งนักวิจัยได้ติดตามพฤติกรรมของเหล่าฮันนี่แบดเจอร์พบว่า สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น มาจากสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดและนิสัยพื้นฐานที่เป็นสัตว์ดุร้าย ประกอบกับร่างกายที่ทรงพลังทำให้พวกมันมั่นใจในตัวเองว่าสามารถต่อสู้กับสัตว์นักล่าได้ทุกชนิด

โดยร่างกายของฮันนี่แบดเจอร์นั้นมีผิวหนังที่หนาและยืดหยุ่นมาก เพื่อใช้ป้องกันตัว เช่น หากถูกงับมันจะบิดตัวดิ้นหลุดอออกจากปากสิงโตหรือไฮยีนา ซึ่งมันหนาพอจะต้านทานแรงกัดและกรงเล็บของสิงโตได้ด้วย หรือแม้กระทั่งหนามของเม่นยักษ์ก็แท่งหนังมันไม่เข้า (อย่างในรูปปก) นอกจากนี้ ยังสามารถปล่อยกลิ่นเหม็นออกมาจากทวารหนักคล้าย ๆ กับตัวสกั๊งค์ ทำให้ศัตรูมึนงงและหนีไปได้ (แถมใช้ทำเป็นเครื่องหมายบอกอาณาเขต)

คำถามตัวเล็กแค่นี้จะต่อสู้สิงโตอย่างไร ? ตอบ : ฮันนี่แบดเจอร์จะตอบโต้สิงโตด้วยการมุดไปที่ใต้ท้องและกัดอวัยวะเพศ ด้วยการโจมตีแบบนี้เพียงครั้งเดียว สามารถทำให้สิงโตตัวนั้นเสียเลือดจนตายได้เลยล่ะ (มันใช้วิธีเดียวกันนี้ในการจัดการกับไฮยีนาเช่นกัน) เพราะเขี้ยวของฮันนี่แบดเจอร์นั้นยาวถึง 4 เซนติเมตร + แรงกัดมหาศาล ซึ่งสามารถฝังลึกเข้าเส้นเลือดใหญ่ได้แบบสบาย ๆ

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้มันจะโหดก็จริง แต่ฮันนี่แบดเจอร์ก็ยังถูกจัดว่าเป็นแหล่งอาหารของสิงโตอยู่ดี เพราะแม้มันจะสามารถจัดการกับสิงโตหรือไฮยีนาได้ก็จริง แต่ปกติแล้วนักล่า 2 ชนิดนี้ มักจะออกล่าเป็นฝูง ตั้งแต่ 3-10 ตัว ซึ่งฮันนี่แบดเจอร์อาจจัดการได้เพียง 1-2 ตัวเท่านั้น เพราะหากโดนรุมจริง ๆ พวกมันก็ไม่รอดเหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่บ่อยนักที่พวกจะถูกล่า โดยจะตกเป็นเหยื่อก็ต่อเมื่อสิงโตหรือไฮยีนาหาแหล่งอาหารอื่นไม่ได้จริง ๆ

ความเทพของมันยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เนื่องจากฮันนี่แบดเจอร์ได้รับวิวัฒนาการมาจากตัวพังพอน ทำให้มันมีภูมิคุ้มกันร่างกายที่สามารถต้านทานพิษงูในทะเลทรายได้แทบทุกชนิด ซึ่งพิษงูเหล่านั้นส่งผลอย่างมากก็แค่ทำให้สลบไป 2-3 นาที จากนั้นก็ฟื้นขึ้นมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยอาหารโปรดของมันก็คือ งู หนู นก ผลไม้ต่าง ๆ และที่ชอบเป็นพิเศษคือ น้ำผึ้งและตัวอ่อนผึ้ง จนกลายเป็นที่มาของชื่อ “ฮันนี่แบดเจอร์” นั่นเอง

ทั้งนี้ ความโหดของมันและพฤติกรรมการบวกไม่เลือกหน้า ทำให้ถูกบันทึกลง Guiness World Record ว่าเป็นสัตว์ที่ “ห้าว” ที่สุดในโลก ซึ่งปัจจุบันจำนวนฮันนี่แบดเจอร์ในธรรมชาติยังคงมีอยู่มาก ถึงแม้จะถูกคุกคามอยู่บ้างก็ตาม