แนวทางเพื่อรับมือกับความเครียดจากวิกฤตทางการเมือง

ในสถานการณ์และข่าวคราวทางการเมืองที่กำลังรุนแรงอยู่ในปัจจุบัน อาจทำให้เราเกิดความรู้สึกและอารมณ์ร่วมต่อเหตุการณ์ได้ง่าย ซึ่งนำไปสู่ความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า รวมถึงภาวะทางอารมณ์ด้านลบที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจิตได้หลากหลาย โดยเฉพาะ โรคเครียดทางการเมือง หรือ Political Stress Syndrome (PSS)

โรคเครียดทางการเมือง ถือเป็นกลุ่มอาการเครียดที่เกิดจากปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งส่งผลมาจากภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางการเมือง หรือข่าวสารการเมืองก็ตาม

โดยภาวะความเครียดดังกล่าวมีความเสี่ยงโดยตรงให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพจิตทั้งระยะสั้น และระยะยาว รวมทั้งอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้

 

จากการศึกษาของ มหาวิทยาลัยเนบลาสกา ลินคอร์น (University of Nebraska, Lincoln) นำโดย ศาสตราจารย์ เควิน สมิธ (Kevin Smith) นักวิทยาศาสตร์การเมือง พบว่าในจำนวนกลุ่มสำรวจกว่า 40% ระบุว่า “การเมือง” ก่อให้เกิดความเครียดในชีวิตประจำวันจริง และกว่า 20% เผยว่าพวกเขามีอาการนอนไม่หลับ เหน็ดเหนื่อย รวมทั้งซึมเศร้าจากข่าวการเมือง

30% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ยังระบุว่าเรื่องทางการเมืองก่อให้เกิดอารมณ์ร่วมทางลบที่หลากหลาย เช่น ความโกรธ ความเกลียด ความผิดหวัง และบางคนยังระบุว่ามันทำให้พวกเขาออกความเห็นอย่างรุนแรง และก่อให้เกิดความรู้สึกผิดในภายหลัง นอกจากนั้นศาสตราจารย์สมิธยังระบุด้วยว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 16% ที่ยอมรับว่าการเมืองทำให้การใช้ชีวิตมีความสุขน้อยลง

แล้วเราจะรับมือความรู้สึกและความเครียดเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง

ก่อนอื่นตรวจสอบสุขภาพจิตของตนเองว่าได้รับผลกระทบจนเสียสุขภาพจิตหรือไม่ โดยอิงจากอาการดังต่อไปนี้คือ

1. มีอาการซึมเศร้า

2. หมดความสนใจในสิ่งที่เคยชื่นชอบ

3. น้ำหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้นมากอย่างรวดเร็ว หรือมีพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติไป ทั้งกินมากกว่าปกติและน้อยกว่าปกติ

4. นอนไม่หลับ หรือนอนหลับมากเกินกว่าปกติ

5. กระวนกระวาย หรือเฉื่อยชา ทำอะไรได้ช้า

6. สมาธิลดลง ใจลอย

7. รู้สึกว่าตนเองไร้ค่า หรือคิดเรื่องการตาย

ถ้ามีอาการเหล่านี้ มากกว่า 5 อาการขึ้นไป ควรพบแพทย์ทันทีเนื่องจากมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิต แต่หากประเมินตนเองแล้วยังไม่ถึงขั้นนั้น สิ่งที่สามารถช่วยป้องกันและรับมือกับความเครียดได้คือ

1. ลดความสนใจ หรือควบคุมปริมาณและคุณภาพการเสพข่าวสารทางการเมืองให้เหมาะสม

มิเชลล์ ริบา (Michelle Riba) จิตแพทย์จากสถาบันป้องกันปัญหาสุขภาพจิต มหาวิทยาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) ระบุว่า เสพข่าวทางการเมืองควรเป็นช่วงเวลาคุณภาพ เธอแนะนำว่าเราควรอ่านข่าวอย่างระวัง มุ่งเป้าที่เนื้อหารายละเอียดจริงของข่าวมากกว่าพาดหัว รวมทั้งควรตระหนักเสมอว่าข่าวการเมืองจะทำให้เราเครียด และไม่ควรใช้เวลาเกิน 40 นาทีต่อวันในการเสพข่าว

2. รักษากิจวัตรประจำวันและพยายามมีส่วนร่วมกับกิจกรรมอื่น ๆ บ้าง โดยเฉพาะกิจกรรมเพื่อสุขภาพ

เมื่อเกินความเครียดหรือภาวะอารมณ์ที่ไม่แน่นอน หลายครั้งอาจส่งผลให้กิจวัตรประจำวันของเราเสียไป แต่ในทางกลับกันกิจวัตรเหล่านี้เช่นการทำงาน งานอดิเรก กิจกรรมทางศาสนา หรือการออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยให้เรามีจุดโฟกัส เพราะฉะนั้นรักษามันเอาไว้ครับ และอย่าลืมหากิจกรรมเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่คิดว่าเหมาะกับตนเองทำก็ช่วยได้เช่นกัน

3. ฝึกฝนวิธีผ่อนคลาย ดื่มน้ำและรับประทานอาหารให้พอเหมาะ

การผ่อนคลายนั้นฟังดูเป็นเรื่องง่าย แต่ในสถานการณ์ที่เกิดความเครียดขึ้นเรามักจะหลงลืมวิธีการง่าย ๆ เหล่านี้ไป ลองออกไปเดิน เล่นเกมที่ไม่ทำให้เครียด นั่งสมาธิ ฝึกการหายใจ ฟังเพลง หรือทำกิจกรรมเบา ๆ อะไรก็ได้คิดว่าช่วยได้ แต่ที่สำคัญคือต้องไม่ลืมดื่มน้ำให้เพียงพอ เนื่องจากความเครียดจะทำให้ความอยากอาหารและความกระหายของเราลดลงได้

4. กระตือรือร้นและคึกคักเข้าไว้

เมื่อรู้สึกหมดหนทาง หรือน้อยเนื้อต่ำใจ ซึมเศร้า เป็นเรื่องสำคัญมากที่เราจะต้องหาทางรักษาตัวตนของตัวเองไว้ โดยเฉพาะตัวตนในการแสดงความเห็นและตัดสินใจ พยายามเข้าสังคม แสดงความเห็น หรือลองออกไปทำกิจกรรมการเคลื่อนไหวต่าง ๆ เพื่อรักษาคุณค่าในตัวเองเอาไว้ครับ

Fact – จากข้อมูลสถิติของกรมสุขภาพจิต พบว่าคนไทยกว่า 1 ใน 4 ประสบปัญหาความเครียดจากการเมือง และยังพบอีกว่าผู้ป่วยโรคซึมเศร้าร้อยละ 3.5 มีสาเหตุมาจากเรื่องการเมือง

อ่านต่อ – นักวิจัยพบ สุนัขและเจ้าของ มีระดับความเครียดที่เชื่อมต่อและสอดคล้องกัน