หลักฐานชี้ชัด สาเหตุเดียวที่ทำให้ “นกอ๊อคใหญ่” สูญพันธุ์ คือมนุษย์

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2019 สำนักข่าว Gizmodo รายงาน การค้นพบของนักวิทยาศาสตร์ว่า นกอ๊อคใหญ่ (Great Auk) หนึ่งในนกสูญพันธุ์ที่โด่งดังที่สุดในซีกโลกเหนือ อาจสูญพันธ์ุไปจากโลกด้วยน้ำมือ มนุษย์

นกอ๊อคใหญ่ เป็นสายพันธุ์นกทะเลที่มีความสูงถึง 1 เมตร เคยอาศัยอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ ตั้งแต่ชายฝั่งแอตแลนติกไปจนถึงกรีนแลนด์ รวมทั้งน่านน้ำทวีปยุโรป แต่สูญพันธุ์ไปเมื่อปี 1844 หลังจากมนุษย์ล่านกอ๊อคใหญ่ตัวสุดท้ายของเผ่าพันธุ์

แต่ยังมีการถกเถียงกันว่า สาเหตุที่ทำให้จำนวนนกอ๊อคใหญ่ลดลงอย่างมาก เกิดจากพฤติกรรมของมนุษย์เพียงอย่างเดียว หรือว่ามีปัจจัยอื่น ร่วมด้วย แต่จากหลักฐานชิ้นใหม่ชี้ว่ามนุษย์นั่นแหละคือตัวการสำคัญ ไม่ต้องโทษการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเลย

เป็นเรื่องน่าตกใจมากที่การล่านกอ๊อคใหญ่เพียงไม่กี่ปีจะทำให้พวกมันสูญพันธุ์ได้ นั่นเป็นเหตุผลที่เราต้องการหาคำตอบว่า พวกมันมีจำนวนน้อยหรือเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อยู่แล้วหรือไม่เจสสิกา โทมัส (Jessica Thomas) นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยสวอนซี (Swansea University) กล่าว

นักวิจัยได้ทำการรวบรวมและจัดลำดับตัวอย่าง DNA จากกระดูกของนกอ๊อคใหญ่จำนวน 41 ตัวที่พวกเขาเจอในพิพิธภัณฑ์ในยุโรปและอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นตัวแทนของเผ่าพันธุ์ที่เคยอาศัยอยู่ในที่ต่าง จาก 15,000 ถึง 170 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ พวกเขายังประเมินข้อมูลของมหาสมุทรในปัจจุบัน และสร้างแบบจำลองว่านกอ๊อคใหญ่ต้องถูกสังหารในแต่ละปีเป็นจำนวนเท่าไหร่ถึงจะเกิดการสูญพันธุ์

หากมีสาเหตุอื่น ที่ทำให้นกอ๊อคใหญ่สูญพันธุ์นอกเหนือจากมนุษย์ หลักฐานทางพันธุกรรมก็จะบ่งชี้ความเสื่อมถอยของอัตราการขยายพันธุ์ซึ่งจนทำให้ประชากรนกมีขนาดเล็กลง แต่นักวิจัยกลับไม่พบหลักฐานใด ก่อนที่จะมีการล่าสัตว์ในศตวรรษที่ 16 เลย

แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ดูเหมือนจะแสดงให้เห็นว่า แค่มนุษย์ก็เพียงพอที่จะทำให้นกอ๊อคใหญ่สูญพันธุ์ได้แล้ว หากประชากรนกเริ่มต้นจาก 2 ล้านตัว และถูกมนุษย์ฆ่าปีละ 210,000 ตัว สุดท้ายนกก็จะสูญพันธุ์ภายใน 350 ปี

แต่นักวิจัยยังกล่าวต่ออีกว่า การล่าสัตว์ที่เกิดขึ้นจริงน่าจะสูงกว่าในแบบจำลองมาก เนื่องจากมีหลักฐานที่พูดถึง เรือ 2 ลำในประเทศแคนาดา ที่ใช้เวลาล่านก 1,000 ตัวได้ ภายใน 30 นาทีเท่านั้น

หากมีเรือแบบนี้ 400 ลำในแต่ละภูมิภาค ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงต่อปีในการล่านกอ๊อกใหญ่ในอัตราเท่านี้ ก็จะสอดคล้องกับการหายไปของนก 200,000 ตัวต่อปีพอดี – นักวิจัยอธิบาย

อย่างไรก็ดี นักวิจัยยังชี้ให้ว่าตัวอย่างข้อมูลของพวกเขามีขนาดค่อนข้างเล็กสำหรับการวิเคราะห์ประชากรนก และการลดลงของประชากรขนาดเล็ก อาจไม่สะท้อนอยู่ในข้อมูลทางพันธุกรรม แต่ถึงอย่างนั้น งานวิจัยนี้ก็ให้หลักฐานเพิ่มเติมว่าอุตสาหกรรมการล่าสัตว์ที่ไม่มีการควบคุมนั้น เป็นเหตุผลหลักของการสูญพันธุ์ของนกอ๊อคใหญ่ และที่สำคัญ มันแสดงให้เห็นว่าแม้แต่สายพันธุ์สัตว์ที่ไม่มีหลักฐานแสดงว่าประชากรมีจำนวนลดลงนั้น ก็อาจสูญพันธุ์ไปด้วยน้ำมือของมนุษย์ได้

Fact ในทางเทคนิคแล้วนกอ๊อคใหญ่ไม่ใช่เพนกวิน แต่ด้วยรูปร่างที่ละม้ายคล้ายกัน ทำให้มันถูกเรียกในอีกชื่อว่า เพนกวินเหนือ (แล้วเพนกวินจริง ๆ จะอาศัยอยู่ซีกโลกใต้)

อ่านต่อ – นักวิจัยขุดพบฟอสซิล “เพนกวินยักษ์” อายุ 56 ล้านปี สมัยนั้นมีขนาดเท่ามนุษย์