นักสำรวจบังเอิญขุดพบ “แหวนสีชมพู-ของชาวไวกิ้ง” พร้อมข้อความสลัก “For Allah” (แด่พระเจ้า)

บทความที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Scanning เมื่อปี 2015 เผยข้อมูลที่นักวิจัยนำเอา “แหวนโบราณ” มาตรวจสอบใหม่ ก่อนจะพบตัวอักษรภาษาอาหรับคูฟิกจารึกคำว่า “อิล-ลัล-ลอฮ์” แปลว่า “แด่อัลลอฮ์” ซึ่งอาจหมายถึงการเข้ารับอิสลามของชาวไวกิ้งก็เป็นได้

โดยแหวนที่ทำมาจากโลหะผสมเงินและประดับด้วยหินแก้วสีชมพู-ม่วง ถูกพบในหลุมศพไม้เมื่อปี ค.ศ.1872-1895 ที่ภายในมีซากโครงกระดูกของหญิงสาวพร้อมทั้งเครื่องประดับ เสื้อผ้า และแหวน ณ บริเวณที่เคยเป็นศูนย์กลางทางการค้าของไวกิ้ง ซึ่งปัจจุบันคือเมือง Birka ประเทศสวีเดน

รักนาร์ ซาจ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยตาร์ตู กล่าวว่า “แม้การตรวจสอบศพของหญิงสาวจะระบุว่าเธอไม่ใช่ชาวมุสลิม แต่การตรวจสอบแหวนวงนี้อีกครั้งได้ยืนยันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของชาวไวกิ้งในสแกนดิเนเวียกับชาวมุสลิม ซึ่งอาจติดต่อกันทางการค้า วัฒนธรรม นั่นทำให้หญิงชาวสแกนดิเนเวียคนนี้มีแหวนของชาวอาหรับไว้ครอบครอง ซึ่งหากเธอไม่ได้มันมาจากการซื้อขาย ก็อาจได้มาจากการเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลามนั่นเอง”

ภาพจำลองลักษณะของนักรบไวกิ้ง

ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าชาวไวกิ้งเคยนับถือศาสนาอิสลามหรือเปล่า ? ตอบ : ข้อมูลของ โอมาร์ มุไบดิน ที่รวบรวมบันทึกความสัมพันธ์ของชาวไวกิ้งกับมุสลิมตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 7 เผยให้เห็นถึงความสัมพันธ์ด้านการค้าของชาวไวกิ้งที่มักจะติดต่อค้าขายกับชนชาติต่าง ๆ โดยข้อมูลดังกล่าวระบุว่า “ชาวไวกิ้งได้ทำสงครามกับทั้งชาวคริสเตียนและชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ในบริเวณคาบสมุทรไอบีเรีย เมื่อสงครามกินเวลามาเนิ่นนานจนสุดท้ายชาวไวกิ้งบางส่วนเลือกปักหลักอาศัยอยู่บริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของเซบียา และเข้ารับศาสนาอิสลามพร้อมทั้งผันตัวมาเป็นพ่อค้าจำนวนไม่น้อย”

อีกหนึ่งหลักฐานสำคัญที่ระบุการนับถืออิสลามของชาวไวกิ้งคือ บันทึกจากศตวรรษที่ 16 โดยนักภูมิศาสตร์ชื่อว่า อามิน ราชี กล่าวว่า “พวกไวกิ้งโปรดปรานเนื้อหมูมาก แม้แต่คนที่เปลี่ยนมานับถืออิสลามก็ยังโหยหาถึงมัน และยังคงต้องการลิ้มลองเนื้อหมูอีกครั้ง” นอกจากนี้ สารคดีของ BBC ที่มีชื่อว่า “History of the World: Into the Light” ยังระบุอีกว่า “ชาวไวกิ้งในรัสเซียเคยเกือบจะเข้ารับอิสลาม ในตอนที่กษัตริย์ของพวกเขาเลือกว่าจะนับถือศาสนาไหนดี ซึ่งแม้ตอนแรกจะมีท่าทีสนใจอิสลามมากที่สุด แต่เมื่อรู้ว่าต้องห้ามยุ่งเกี่ยวกับสุรา กษัตริย์ก็เปลี่ยนใจไปมองหาศาสนาอื่นแทน”

ภาพวาดที่บ่งบอกความสัมพันธ์ทางการค้าของชาวไวกิ้งและมุสลิม

สรุปชาวไวกิ้งนับถืออะไร ? ตอบ: เดิมทีนั้นชาวไวกิ้งจะนับถือเทพเจ้าเป็นหลัก เช่น เทพเจ้าโอดิน, เทพเจ้าธอร์ และเทพย่อย ๆ อีกมามาย แต่เมื่อมีสงครามกับชาวคริสเตียนบ่อยครั้ง นั่นทำให้ชาวไวกิ้งในอังกฤษได้ซึมซับความเป็นคริสต์เข้ามาด้วย ในขณะที่ยังคงยึดมั่นในความเชื่อของตนเองอยู่ โดยชาวไวกิ้งในบางพื้นที่ เช่น แถบสแกนดิเนเวีย (ช่วงแรก) จะไม่นับถืออะไรเลยและมักถูกโจมตีว่าเป็นพวก “นอกรีต”

กระทั่งในที่สุด การลงนามในสนธิสัญญาเวดมอร์ในปี ค.ศ.878 ได้ผูกมัดชาวไวกิ้งในอังกฤษให้หันมานับถือศาสนาคริสต์ เพื่อผลประโยชน์ทางด้านการเมืองและการค้า โดยหลังจากนั้นชาวไวกิ้งในแถบสแกนดิเนเวียก็หันมานับถือศาสนาคริส์ด้วยเช่นกัน