รู้จัก “โลมา-อิรวดี” (สายพันธุ์สุดคิ้วท์) ที่ตอนนี้เหลือเพียง 90 ตัว-ในแม่น้ำโขงเท่านั้น

โลมาอิรวดี (Irrawaddy dolphin) ถูกพบครั้งแรกที่แม่น้ำอิรวดีในประเทศพม่า (จึงเป็นที่มาของชื่อนั่นเอง) สามารถพบพวกมันได้เพียงแหล่งน้ำ 5 แห่งในโลก นั่นคือ แม่น้ำโขงประเทศลาวและกัมพูชา แม่น้ำขาวประเทศอินโดนีเซีย ทะเลสาบซิลิกาประเทศอินเดีย และในประเทศไทยโลมาอิรวดีเป็นสัตว์สงวน อยู่ในกลุ่มสัตว์ใกล้สูญพันธุ์สูงสุด ขณะนี้พบเพียงแค่ 15-20 ตัวในทะเลสาบสงขลาเท่านั้น

ลูกที่เกิดมามีขนาด 40% ของตัวโตเต็มวัย (เกิดมาตัวยาว 1 เมตรเลย) // ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงประมาณ 6-10 ตัว

โดยโลมาชนิดนี้ ยังมีอีกหนึ่งชื่อเรียกคือ “โลมาหัวบาตร” เนื่องจากมีหัวกลมเกลี้ยงคล้ายบาตรพระ (ชื่อวิทยาศาสตร์ Orcaella brevirostris) ลำตัวสีเทาเข้ม ความยาวลำตัวราว 1.8-3 เมตร น้ำหนัก 90-130 กิโลกรัม อาศัยอยู่ได้ในน้ำจืดรวมถึงน้ำกร่อย อายุขัย 30 ปี

สามารถอยู่ใต้น้ำได้นาน 1-3 นาทีจากนั้นค่อยขึ้นมาหายใจ เป็นสายพันธุ์ที่มีสายตาดีเทียบเท่ามนุษย์ ทำให้สามารถล่าเหยื่อได้โดยการพ่นน้ำหรือปล่อยฟองอากาศเพื่อให้เหยื่อช็อกตกใจ จากนั้นจึงรีบพุ่งเข้าไปงับกิน (อาหารจานโปรดคือ ปลาตามแหล่งอาศัย กุ้ง และหมึก)

มีฟันแหลมอยู่ประจำขากรรไกร ด้านบนจำนวน 40 ซี่ และด้านล่างจำนวน 36 ซี่ ซึ่งนี่แหละคืออาวุธที่ใช้งับเหยื่อให้ขาด 2 ท่อนได้ในงับเดียว // นอกจากนี้ยังมีบันทึกด้วยว่า โลมาอิรวดีที่ไทยสามารถกินปลาดุกโดยหลีกเลี่ยงการกัดโดนเงี่ยงได้อย่างน่าอัศจรรย์

ปัจจุบัน จำนวนของพวกมันทั่วโลกเหลือไม่ถึง 325 ตัว ซึ่งแม่น้ำที่หลงเหลืออยู่มากที่สุดคือแม่น้ำโขง โดยลดจำนวนลงจาก 200 เหลือเพียง 92 ตัว (ค.ศ.1997-2018) สาเหตุเนื่องจาก ตัวเมียต้องมีอายุถึง 7 ปีกว่าจะพร้อมผสมพันธุ์ แถมยังต้องใช้เวลาตั้งท้องนานถึง 14 เดือนต่อครั้งเลยทีเดียว (คลอดลูกออกมาครั้งละ 1 ตัวเท่านั้น)

นอกจากนี้ การถูกล่าเพื่อนำเนื้อไปบริโภค ปัญหามลพิษทางน้ำ และการล่าสัตว์แบบผิดวิธี ก็เป็นสาเหตุหลักที่หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกมันคงสูญพันธุ์ไปจากโลกภายในไม่เกิน 10 ปีแน่นอนครับ

เมื่อ 20 ปีที่แล้ว พื้นที่อาศัยของพวกมันคือทั่วแม่น้ำโขง แต่ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 190 กิโลเมตร จากบริเวณแม่น้ำโขงตอนกลางกัมพูชาถึงชายแดนทางเหนือของลาวเท่านั้น

Fact – ในโลกนี้มีโลมาประมาณ 40 ชนิด หลายชนิดถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นวาฬ เช่น โลมาพันธุ์ใหญ่ที่สุดคือ ออร์กา หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ วาฬเพชฌฆาต ซึ่งข้อมูลจากการติดตามฉลามขาว 165 ตัว ระหว่างปี 2006-2013 ทำให้ทราบว่าพวกมันกลัวโลมาชนิดนี้เข้าไส้

เพราะทันทีที่พวกมันเห็นฝูงวาฬเพชฌฆาต มันจะทิ้งแหล่งอาหารตรงนั้นไปทันที และจะไม่กลับมาหากินแถวนั้นอีกอย่างน้อย 1 ปี แม้ว่าในบางครั้งวาฬเพชฌฆาตจะแค่ว่ายน้ำผ่านเฉย ๆ ก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้ยังหาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ แต่คาดว่าคงเป็นสัญชาติญาณของฉลามที่ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น เนื่องจากวาฬเพชฌฆาตมักจะจู่โจมสัตว์อื่นทันที ทั้งเพื่อล่าและเพื่อความสนุกเท่านั้น