จาเร็ต อดัมส์ แพะรับบาปที่ศึกษากฎหมายในคุก สู่ทนายความที่ต่อสู้เพื่อคนบริสุทธิ์

ทุกคนเคยได้ยินคำว่า “ปล่อยคนผิด 10 คน ยังดีกว่าลงโทษคนบริสุทธิ์ 1 คน” กันรึเปล่าครับ ? นั่นคือหลักการพื้นฐานของระบบศาลไทย ที่บางครั้งก็ทำให้เรารู้สึกว่าการพิสูจน์หลักฐานมันช่างยุ่งยากและใช้เวลานานเหลือเกิน แต่นั่นก็เพื่อลดความผิดพลาดให้น้อยที่สุด เพราะหากวันนึงมันกลายเป็นตัวเราที่ต้องถูกตัดสินให้ผิดทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ถึงตอนนั้นก็คงไม่มีอะไรที่จะเลวร้ายไปกว่านั้นอีกแล้ว …

แต่ความจริงอันโหดร้ายนี้เกิดขึ้นกับ จาเร็ต อดัมส์ (Jarrett Adams) โดยเขาถูกตัดสินจำคุกทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ความรู้สึกด้านลบทั้งหลายเหล่านั้นกลายเป็นสิ่งที่ผลักดันให้เขาศึกษากฎหมายตลอดเวลาที่อยู่ในคุก เพื่อใช้มันต่อสู้ให้กับตัวเองและช่วยเหลือคนอื่น ๆ ไม่ให้ตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับที่เขาเจอ

ย้อนกลับไปในปี 1998 จาเร็ต อดัมส์ ในวัย 17 ปี ที่เพิ่งจบการศึกษาจากชั้นไฮสคูลมาหมาด ๆ เขาและเพื่อนอีกสองคนตัดสินใจฉลองด้วยการเข้าร่วมปาร์ตี้ของมหาวิทยาลัยวิซคอนซิลและได้มีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งอดัมส์ยืนยันว่ามันเป็นการ “สมยอม” กระทั่ง 3 สัปดาห์ต่อมา หญิงสาวคนดังกล่าวก็ฟ้องเขาและเพื่อนอีกสองคนในข้อหาร่วมกันข่มขืน

แน่นอนว่าอดัมส์ให้การปฏิเสธมาตลอดตั้งแต่แรก เขากล่าวว่ามันต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวง แต่เรื่องกลับเลวร้ายลงเรื่อย ๆ เมื่อเขาถูกตัดสิทธิ์เข้าเรียนต่อในมหาลัยวิซคอนซิล ขณะเดียวกันถึงแม้หลักฐานของโจทย์จะอ่อนแอและไม่มีน้ำหนักใด ๆ แต่ด้วยความที่อดัมส์ไม่มีเงินจ้างทนายส่วนตัว อีกทั้งทนายที่รัฐจัดหาให้ก็ไม่สามารถหาหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใด ๆ ให้กับเขาได้เลย ทั้งที่ในช่วงเวลานั้นเขามีพยานยืนยัน แต่ทนายกลับแนะนำเขาว่าการไม่ต่อสู้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในคดีนี้ …

ด้วยความที่ยังเด็กและไม่มีความรู้ใด ๆ เกี่ยวข้องกับระบบกฎหมายเลย ทำให้อดัมส์เชื่อคำแนะนำของทนายมือใหม่คนนั้น ซ้ำร้ายคณะลูกขุนในศาลก็ล้วนแต่เป็นคนขาวในยุคที่การเหยียดผิวยังไม่จางหายไป ทำให้เขาถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลากว่า 28 ปี !!!

แม้ชีวิตในคุกนั้นจะไม่สวยงามนัก แต่อย่างน้อยด้านในนั้นยังมีมีห้องสมุดและหนังสือกฎหมายให้เขาได้ศึกษา

ด้วยความคับแค้นใจที่เขาต้องมาอยู่ที่นี่ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด อดัมส์จึงเลือกใช้เวลาทั้งหมดไปกับการศึกษากฎหมาย กระทั่งเขาได้พบคดีตัวอย่างที่เคยมีผู้ยื่นเรื่องก่อนหน้านี้ โดยผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวยื่นเรื่องต่อศาลว่า “ผู้ต้องหาทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้ทนายคุณภาพ” หมายความว่า เขาได้ทนายห่วยที่ไม่สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้กับเขาได้จึงถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้

หลังจากนั้นก็เหมือนโลกสว่างขึ้นทันตา อดัมส์ตัดสินใจยื่นเรื่องของตัวเองให้กับ คีธ ฟินด์เลย์ ทนายความในโครงการ “Wisconsin innocence project” ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงกำไรเพื่อช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์

ต้องขอบคุณความพยายามของฟินด์เลย์ ที่พยายามยื่นคดีนี้ใหม่หลายครั้ง ในที่สุดมันก็ถูกนำมาพิพากษาใหม่และแน่นอนว่าคราวนี้ อดัมส์และทรายช่วยแพะเป็นฝ่ายชนะ

หลังถูกปล่อยตัวในปี 2007 อดัมส์ก็เลือกเข้าเรียนด้านกฎหมายต่อในมหาวิทยาลัยท้องถิ่นจนจบนิติบัณฑิต แล้วจึงเรียนต่อเนติฯ ที่สถาบันกฎหมายในชิคาโก โดยตลอดช่วงที่เรียน เขาทำงานเป็นอาสาสมัครด้านกฎหมายให้กับสถาบันจนเรียนจบในปี 2015 และเดินหน้าต่อด้วยการกลับไปเป็นทนายให้กับโครงการ “Wisconsin innocence project” ที่เคยช่วยเขาเอาไว้

ท้ายที่สุด จาเร็ต อดัมส์ ก็ได้กลับมายืนในศาลอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ในฐานะผู้ต้องหาที่ถูกใส่ร้าย แต่เขากลับมาในฐานะของทนายความที่พร้อมช่วยเหลือผู้บริสุทธ์อีกหลายคนไม่ให้ถูกผู้มีอำนาจหรือกฏหมายที่ไม่ขาวสะอาดกลั่นแกล้งอย่างที่เขาเคยโดนครับ

Fact – ประเทศสกอตแลนด์มีกฎหมายว่า หากผู้ใดเคาะประตูเพื่อขอเข้าห้องน้ำ เจ้าของบ้านจะต้องเปิดประตูให้เขาคนนั้นใช้ห้องน้ำในบ้าน ไม่งั้นจะถือว่าผิดกฏหมาย