“Jonny Kim” ชายที่เป็นมาแล้วทั้ง – ทหาร – หมอ และล่าสุดนักบินอวกาศ (กำลังจะได้ไปดวงจันทร์)

วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ “จอนนี่ คิม” (Jonny Kim) ชายชาวอเมริกัน สัญชาติเกาหลี วัย 35 ปี ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพขั้นสูงสุด ตั้งแต่การเป็นทหารในหน่วย Navy Seal ที่ปฏิบัติภารกิจสำเร็จมาแล้วกว่า 100 ภารกิจ ต่อด้วยการเรียนจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด กระทั่งล่าสุดเขากลายเป็นนักบินอวกาศที่กำลังจะได้ไปดวงจันทร์ในปี 2024 นี้ครับ

แว๊บแรกหลายคนอาจคิดว่าเขาต้องเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยแน่ ๆ แต่เปล่าครับ ครอบครัวของคิมมีฐานะปานกลาง ไม่แย่แต่ก็ไม่รวย ซึ่งพ่อแม่อพยพมาจากประเทศเกาหลีและให้กำเนิดคิมที่อเมริกา โดยคุณแม่ทำอาชีพเป็นครูสอนภาษาและคุณพ่อเปิดร้านขายเหล้าที่ลอสแองเจลีส (แต่ก็เจ๊งไปเพราะเหตุจลาจลในปี 1992)

ซึ่งตามประสาของครอบครัวคนเอเชียที่อยากให้ลูกมีผลการเรียนที่ดีและประกอบอาชีพที่มั่นคง ส่วนใหญ่มักจะถูกกำหนดไปในอาชีพทนายหรือหมอ ซึ่งในช่วงวัยเรียนแม่ของเขาค่อนข้างกดดันเรื่องผลการเรียนเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาเพราะคิมมีผลการเรียนที่โดดเด่นมาก จนสามารถได้ทุนเข้าเรียนมหาลัยที่ดีที่สุดในประเทศได้โดยไม่ต้องควักเงินเลยสักเหรียญเดียว แต่สำหรับคิม มหาวิทยาลัยไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ “มันไม่เหมาะกับผมเอาเสียเลย ผมต้องการทำอะไรที่ยิ่งใหญ่และมีความหมายมากกว่านั้น”

นั่นทำให้คิมในวัย 18 ปี ปฏิเสธข้อเสนอของมหาลัยทั้งหมดและเลือกสมัครเข้ากองกำลังในหน่วย Seal Team Six หนึ่งในกองกำลังที่เก่งที่สุดของสหรัฐฯ (หน่วยนี้คือทีมที่ปฏิบัติภารกิจสังหารบินลาดิน) เขากล่าวว่า “การเข้าร่วม Navy Seals เป็นสิ่งที่ยากและท้าทายมากแถมเป็นกองกำลังที่ไม่แสวงหาการยอมรับหรือเกียรติยศ นี่แหละคือสิ่งที่ดึงดูดผม และแม้ว่ามันจะขัดกับความต้องการของแม่ แต่เมื่อผมตัดสินใจแล้วมันจะไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจผมได้”

โดยการคัดเลือกเข้ากองกำลังในหน่วยนี้โหดมาก ซึ่งจะใช้เวลาในการคัดเลือกนานถึง 6 เดือน ผู้สมัครต้องสามารถวิ่ง 6 กิโลเมตรได้ ภายในเวลา 30 นาที สามารถว่ายน้ำ 1,000 เมตรได้ ภายในเวลา 20 นาที และวิดพื้นได้อย่างน้อย 70 ครั้ง/2นาที นอกจากนี้ ช่วง ”สัปดาห์นรก” ผู้สมัครจะต้องฝึกเป็นเวลา 20 ชั่วโมงต่อวันและวิ่งมากกว่า 300 กิโลเมตรตลอดสัปดาห์ ในขณะที่นอนหลับเพียงสี่ชั่วโมงเท่านั้น จนกระทั่งปี 2002 ในที่สุดคิมก็สามารถผ่านการคัดเลือกเข้าประจำการหน่วย Navy Seals ได้สำเร็จ

โดยคิมเคยไปประจำการที่ประเทศในแถบตะวันออกกลาง 2 ครั้ง ในฐานะแพทย์สนาม พลแม่นปืนสไนเปอร์ นักเดินแผนที่ และหัวหน้าหน่วยรบ ซึ่งจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาผันตัวมาเป็นหมอ ก็คือครั้งที่เพื่อนของเขาถูกยิงแต่เขาไม่สามารถทำการผ่าตัดช่วยชีวิตได้จนเพื่อนต้องเสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตา ทำให้ในปี 2009 คิมลาตัดสินใจออกจากกองทัพ และสมัครเข้าเรียนคณะแพทย์ Harvard Medical School ของมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ในปี 2012 และจบการศึกษาในปี 2016

ซึ่งในระหว่างประกอบอาชีพหมอที่โรงพยาบาลแมสซาชูเซจ คิมมีโอกาสได้พบกับ Scott E. Parazynski นักบินอวกาศและนักฟิสิกส์ชาวอเมริกัน ที่ออกไปปฏิบัติงาน ณ สถานีอวกาศนานาชาตินอกโลกมาแล้วถึง 5 รอบ ได้จุดประกายให้คิมอยากเป็นนักบินอวกาศ “เหตุผลหลักที่ผมอยากเป็นนักบินอวกาศ คือการได้สร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ เหมือนที่ผมได้รับจากสก๊อต และที่สำคัญคือ ที่แห่งนี้ (NASA) คือสถานที่ไม่สนเชื้อชาติ สีผิว ศาสนา ขอแค่คุณมีความฝันและความตั้งใจที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิต”

สุดท้าย คิมให้คำแนะนำแก่ผู้คนที่ต้องการจะประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เขาเน้นย้ำว่า “จงซื่อสัตย์กับตัวเองและทำตามหัวใจของคุณ โดยการเดินทางครั้งใหญ่ (ตามความฝัน) ให้คุณสับขั้นตอนสู่เป้าหมายเป็นชิ้นเล็ก ๆ และค่อย ๆ ทำไปทีละขั้น นั่นคือสิ่งที่ทำให้เป็นผมในทุกวันนี้” (จบ)