ทำไมถึงต้อง “ลบชายคนนี้” ออกจากทุกหน้า ประวัติศาสตร์ด้วย

ชายที่เรากำลังจะเล่าให้ทุกคนฟังผู้นี้ มีชื่อว่า นิโคไล เยซอฟ (Nikola Yezhov / 1895-1940) อดีตหัวหน้าตำรวจลับหน่วย NKVD ลูกน้องคนสำคัญของ โจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin / 1878-1953) ผู้นำสหภาพโซเวียต ณ เวลานั้น ชายผู้นี้เปรียบเสมือนมือขวาของสตาลิน เขายอมทำภารกิจสกปรกมากมายเพื่อให้สตาลินมีอำนาจต่อไป

แต่สุดท้ายเขาก็ถูกสตาลินสั่งเก็บ และไม่ใช่แค่เก็บธรรมดา แต่ต้องถูกลบออกจากประวัติศาสตร์ไม่ให้เหลือแม้แต่ชื่อ หรือภาพถ่ายเลยแม้แต่ใบเดียว ! ว่าแต่ความลับอะไรที่สตาลินอยากปกปิด ? มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรอ ? มาครับ Flagfrog จะเล่าให้ฟัง

วีรกรรมที่โหดร้ายที่สุดของ นิโคไล เยซอฟ ที่ได้รับคำสั่งจากสตาลิน คือการเป็นผู้สั่งการสูงสุดในเหตุการณ์ปราบปรามทางการเมืองครั้งใหญ่ (The Great Purge – เกิดขึ้นในปี 1934-1936) ในช่วงเวลานั้นสตาลินกำลังจะเข้ายึคครองอำนาจของโซเวียตแบบสมบูรณ์ (15 รัฐรวมกันเป็น 1 ประเทศ) เขาเลยจัดตั้งหน่วยงานตำรวจลับ NKVD คอยจับตาดูผู้คนรวมถึงสมาชิกในพรรคคอมมิวนิสต์ ใครเป็นศัตรู ? ใครคิดต่อต้าน ? หรือใครที่ไม่เห็นด้วย ? คนที่เข้าข่ายจะถูกปลดจากตำแหน่ง พร้อมถูกนำตัวไปประหารด้วยการยิงเป้าทันที

แต่ก่อนที่จะประหาร ทุกคนจะถูกทรมานให้รับสารภาพต่อหน้าประชาชนว่า ตนเองเป็นกบฏ (แม้จริง ๆ จะไม่ได้เป็นก็ตาม) เพื่อให้ประชาชนยกย่องว่า “สตาลินเป็นผู้ปราบกบฏ” การทำแบบนี้ช่วยสร้างความนิยมในแง่ของสื่อ พร้อมยังได้รับการสนับสนุนเพื่อครองอำนาจต่อไปได้ด้วย

โดยเหตุการณ์จับเชลยทางการเมืองในครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตจากการถูกประหารมากกว่า 750,000 ราย และยังมีประชาชนอีกนับล้านคนถูกส่งไปยังคุกนรกกูลัก (Gulag) ซึ่งผู้สั่งการสูงสุดตลอดการกวาดล้างที่ยาวนานกว่า 2 ปี คำสั่งทั้งหมดมาจาก “นิโคไล เยซอฟ” ผู้นี้นี่เอง

ปล. บุคคลทางการเมืองที่ถูกประหารนั้น นอกจากจะต้องจบชีวิตไป ข้อมูลและประวัติของพวกเขาก็จะถูกลบออกจากโซเวียตด้วย ที่สตาลินต้องทำแบบนี้ก็เพราะต้องการปกปิดความจริงต่อประชาชน และป้องกันการขุดค้นใด ๆ ซึ่งหากใครคิดที่จะสืบหาและถูกจับได้ก็จะถูกประหารทันทีด้วยเช่นกัน

ไม่เหลือไว้แม้แต่รูปถ่ายที่เคยยืนอยู่ข้างสตาลิน

กลับมาที่ นิโคไล เยซอฟ : โดยหลังสิ้นสุดเหตุการณ์ The Great Purge จนแน่ใจว่าไม่เหลือศัตรูทางการเมืองแล้ว สตาลินก็ออกคำสั่งกำจัดเยซอฟทันที ด้วยวิธีโหดร้ายเช่นเดียวกับคนนับแสนที่ถูกเยซอฟสั่งประหาร คือทรมานจนเขาสารภาพว่าเป็นกบฏ จากนั้นก็จับแก้ผ้ากลางหิมะ ก่อนจะนำตัวไปยิงเป้า และก็ถูกลบออกจากประวัติศาสตร์ด้วยเช่นกัน จนนักประวัติศาสตร์ถึงกับตั้งฉายาให้เยซอฟว่า “ผู้บัญชาการผู้หายไปอย่างไร้ร่องรอย” (The Vanishing Commissar) เลยล่ะครับ

ทั้งนี้ ไม่ได้มีแต่เพียงสตาลินเท่านั้นที่ลบตัวตนของ เยซอฟ ออกจากหน้าประวัติศาสตร์ แต่ประชาชนที่มีรูปของเยซอฟก็จะต้องทำลายรูปภาพที่มีชายคนนี้ปรากฏอยู่ทิ้งด้วยเช่นกัน เนื่องจากกลัวจะถูกกล่าวหาว่าคบค้ากับกบฏและถูกประหารตามไป (จบ)

นิโคไล เยซอฟ (ซ้าย)

และสำหรับ “คุกนรกกูลัก” (Gulag) คือสถานกักกันที่ใช้กักขังและทรมานนักโทษที่ต่อต้านรัฐบาลโซเวียต รวมแล้วกว่า 40 ล้านคน ! ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลในไซบีเรีย นักโทษจะถูกใช้แรงงานอย่างหนักให้ก่อสร้าง ขุดดิน ขุดถ่านหิน ไม่มีเครื่องมือ ทุกคนทำงานด้วยด้วยมือเปล่า ทำให้นักโทษบางคนถึงกับยอมตัดมือของตัวเองเพื่อจะได้ไม่ต้องทำงานเลยก็มี (มันต้องทรมานขนาดไหนถึงตัดสินใจตัดมือตัวเองทิ้งเลยดีกว่า)

Fact – ในยุคนั้นไม่มี Photoshop การจะตัดต่อรูปสักใบจึงต้องใช้เทคนิค “ละลายหมึกบนฟิลม์ตามตำแหน่งที่ต้องการ” จากนั้นก็ส่งต่อให้จิตกรวาดภาพทับส่วนที่หายไปแทน