จัสติน บีเบอร์ เปิดใจถึง “การดังตั้งแต่เด็ก ทำชีวิตพัง เสพยาหนัก และโรคซึมเศร้า”

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2019 จัสติน บีเบอร์ ศิลปินชื่อดังวัย 25 ปี ได้เปิดใจเขียนข้อความสะเทือนอารมณ์ ถึงการที่เขาได้กลายเป็น “บุคคลที่ผู้คนไม่ชอบหน้ามากที่สุดในโลก” ซึ่งข้อความที่เพื่อน ๆ กำลังจะได้อ่านต่อไปนี้ จัสติน เป็นคนเขียนเอง และเผยแพร่ไว้บนอินสตราแกรมของตัวเองครับ

“หวังว่าคุณจะมีเวลาอ่านข้อความทั้งหมดนี้ กลั่นกรองจากหัวใจที่แท้จริงของผม” – Justin Bieber

“มันยากที่จะลุกออกจากเตียงในทุก ๆ เช้า เมื่อทุกอย่างมันหลั่งไหลเข้ามาในชีวิตแบบไม่หยุดหย่อน จากทั้งอดีตที่ผ่านมา, งาน, ความรับผิดชอบ, อารมณ์, ครอบครัว, การเงิน และความสัมพันธ์ เมื่อรู้สึกว่าปัญหามันเพิ่มเข้ามาตลอดเวลา คุณจะเริ่มมองผ่านเลนส์ที่ชื่อว่าความกลัว และมันก็จะกลายเป็นวันแย่ ๆ เหมือนเดิมอีกวัน, จากวังวนของความการผิดหวังซ้ำซาก บางครั้งมันทำให้รู้สึกว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป เพราะมันรู้สึกจริง ๆ ว่าไม่มีหนทางที่อะไร ๆ จะเปลี่ยนแปลงได้หรอก ผมเสียใจจริง ๆ ครับ แต่ผมไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของผมได้”

“ผมโชคดีที่มีผู้คนรายล้อมรอบตัว ที่พยายามผลักดันผม, คุณเห็นมั้ยว่าผมมีเงินเยอะ ไหนจะเสื้อผ้า รถสวย ชื่อเสียง รางวัลและความสำเร็จ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ทำให้ผมรู้สึกได้รับการเติมเต็มเลย. คุณเคยได้ยินปัญหาของบุคคลที่มีชื่อเสียงตั้งแต่เด็กและโตมาล้มเหลวมั้ยครับ ? ในวัยเด็กของพวกเขาต้องพบเจอกับความกดดัน ความรับผิดชอบ และความสับสนในจิตใจอย่างมหาศาล, ซึ่งอาจมีผลมาจากสมองส่วนหน้าของพวกเขายังไม่พัฒนา ทำให้ไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล ท้าทายสังคม และมีความคิดที่เป็นปฏิปักษ์ต่อทุกสิ่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจริงกับพวกเรา และเราไม่มีโอกาสที่จะได้อธิบาย, คำอธิบายของศิลปินเด็ก เป็นสิ่งที่สื่อไม่อยากรับฟังที่สุด”

“คุณจะเห็นว่า ผมไม่ได้เติบโตมาในบ้านที่เป็นปกติ พ่อแม่ของผมแยกทางกันเมื่อพวกเขาอายุเพียงแค่ 18 ปี ทั้งคู่ไม่มีเงินและยังเด็กมากที่จะไกล่เกลี่ยกัน, จนกระทั่งผมเติบโตขึ้น และเริ่มประสบความสำเร็จ ซึ่งมันเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และรวดเร็วมาก เกิดขึ้นภายใน 2 ปี, โลกของผมพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากเด็กอายุ 13 ที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ในแคนาดา กลายเป็นคนที่ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนก็จะมีคนรุมบอกว่า ‘พวกเขารักคุณมากและคุณยอดเยี่ยมมากเพียงใด’ การได้ยินคำยกยอทั้งหมดนี้ในอายุเท่านั้น มันทำให้คุณเริ่มเชื่อตามคำเหล่านั้นจริง ๆ”

“คนรอบตัวทำทุกอย่างให้ผม ผมจึงไม่เคยได้เรียนรู้จริงว่า ความรับผิดขั้นพื้นฐานมีเรื่องอะไรและต้องทำอย่างไรบ้าง พอผมอายุ 18 ผมก็กลายเป็นคนไร้สกิลในโลกแห่งความเป็นจริง, ผมมีเงินหลายล้านอยู่ในบัญชีและสามารถเข้าถึงทุกสิ่งที่ผมต้องการได้ นี่คือสิ่งที่น่ากลัวมากสำหรับทุกคน, พออายุ 20 ผมก็ตัดสินใจทุกสิ่งทุกอย่างผิดพลาดไปหมด เปลี่ยนจากหนึ่งในบุคคลที่คนรักและชื่นชมมากที่สุดในโลก มาเป็นบุคคลที่ถูกผู้คนเยาะเย้ย มีอคติ และเกลียดชังที่สุดในโลก”

“ผมเริ่มใช้ยาเสพติด เมื่ออายุ 19 จากความเชื่อผิด ๆ ที่ว่า เสพแล้วจะทำให้ทำการแสดงบนเวทีได้ดีขึ้น และสิ่งนี้มันได้เปลี่ยนให้ผมกลายเป็นคนเจ้าอารมณ์ ไม่เคารพผู้หญิง และเกรี้ยวกราด. ผมผลักไสทุกคนที่รักผม พร้อมยังทำลายความสัมพันธุ์กับผู้คนใกล้ชิดอีกมากมาย และเริ่มเก็บตัวโดยอาศัยเปลือกนอกที่ผมสร้างขึ้นมาใช้ป้องกัน. ในจุดนั้นผมรู้สึกจริง ๆ ว่า ผมไม่สามารถแก้ไขใด ๆ ได้แล้ว ผมใช้เวลาหลายปีในการกลับออกมาจากการตัดสินใจแย่ ๆ เยียวยาความสัมพันธ์ที่แตกร้าว และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่มีต่อผู้คนรอบข้าง”

“ผมโชคดีที่พระเจ้าทรงเมตตาประทานผู้คนที่แสนวิเศษและรักผมในแบบที่ผมเป็น, ตอนนี้ผมกำลังดำเนินชีวิตไปสู่ช่วงที่ดีที่สุด นั่นคือ ‘การแต่งงาน’ นี่มันคือประสบการณ์และความรับผิดชอบที่บ้ามาก !!! คุณต้องเรียนรู้และฝึกฝนทั้งการเชื่อใจ ข้อตกลง ความเห็นใจ และความกรุณา ทั้งหมดนี้ดูเหมือนจะทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นได้นะ”

“สิ่งที่ผมอยากจะพูดคือ เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณกำลังตกที่นั่งลำบาก คุณต้องลุกขึ้นสู้ พระเจ้ารักคุณ > โอบอ้อมวันนี้ กล้าหาญวันนี้ และเริ่มรักคนรอบข้างวันนี้ ไม่ใช่เพราะเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่เป็นเพราะพระเจ้าไม่เคยหยุดรักคุณ” จบ.

Fact – บีเบอร์ ถูกตำรวจจับหลายครั้งในปี 2014 ด้วยข้อหาต่าง ๆ ตั้งแต่ทำลายทรัพย์สินของรัฐ สูบกัญชา ไปจนถึงข้อหาเมาแล้วขับ ต้องนอนในห้องขังสงบสติอารมณ์หนึ่งคืน จนเจ้าตัวต้องออกมาบอกแฟน ๆ ว่า การเข้าคุกไม่ใช่เรื่องเท่ และเมื่อปี 2017 เขายังถูกรัฐบาลจีนห้ามไม่ให้แสดงคอนเสิร์ตในประเทศ เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมที่เกิดขึ้นตามสื่อบ่อยครั้ง