รวมสุดยอดวีรกรรมของ “เจ้าชาย” แห่งเอสติวานีที่ 3 (ซื้อรถ เปย์สาว รีดภาษี ห้ามตรวจสอบ)

“ประเทศเอสวาตินี” หรือชื่อเดิมคือ “สวาซิแลนด์” คือ หนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในทวีปแอฟริกา ประชากรกว่า 60% มีคุณภาพชีวิตต่ำกว่ามาตรฐาน แต่ในขณะที่ประชาชนมีชีวิตแสนยากลำบาก ในทางกลับกันกษัตริย์ของพวกเขา “เอ็มสวาติที่ 3” (King Mswati III) กลับมีเงินมหาศาลและใช้จ่ายอย่างบ้าคลั่ง (ซื้อรถ เปย์สาว)

มารู้จักประวัติโดยย่อของกษัตริย์ผู้นี้กันสักนิด “เอ็มสวาติ” เกิดเมื่อวันที่ 19 เมษายน ปี 1968 เขาคือ 1 ในลูกชายของอดีตกษัตริย์ “ซบฮูซาที่ 2” (Sobhuza II) และได้ก้าวขึ้นมาเป็นกษัตริย์เต็มตัว ในปี 1986 ตั้งแต่อายุเพียง 18 ปีเท่านั้น ซึ่งหลังจากได้ขึ้นครองราชย์ เอ็มสวาติได้ทำการเปลี่ยนระบอบการปกครองภายในประเทศจากประชาธิปไตยให้กลายเป็นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (ระบอบการปกครองที่กษัตริย์เป็นใหญ่ มีอำนาจการตัดสินใจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด)

โดยได้แต่งตั้งคณะรัฐบาลและนายกของตนเองขึ้นมา ซึ่งเต็มไปด้วยการทุจริตที่ไม่มีหน่วยงานใดสามารถตรวจสอบได้ อีกทั้งยังขูดรีดภาษีจากประชาชนอย่างหนัก แม้ว่ารายได้ต่อครัวเรือนของประชากรจะน้อยกว่า 1 ดอลลาร์/วัน ก็ตาม ทำให้เด็ก ๆ ส่วนมากต้องไร้การศึกษาเพราะไม่มีเงินเพียงพอที่จะจ่ายค่าเล่าเรียน รวมถึงบางคนยังแทบจะไม่มีที่อยู่เพราะแม้พ่อแม่จะทำงานแต่สุดท้ายเงินค่าจ้างก็ไม่ตกถึงตนเองอยู่ดี

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้กษัตริย์เอ็มสวาติและเหล่าสหายในรัฐบาลสามารถใช้ชีวิตที่หรูหราได้แบบสุด ๆ เฉพาะตัวพระองค์เองมีทรัพย์สมบัติส่วนตัวมากถึง 200 ล้านดอลลาร์ (ราว 6 พันล้านบาท) เครื่องบินส่วนตัว 2 ลำ ที่จอดอยู่ในสนามบินส่วนตัวและรถหรูอีกนับไม่ถ้วน โดยในปี 2014 มีการเปิดเผยว่า เพียงปีเดียวมีการใช้ส่วนพระองค์สูงถึง 61 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,600 ล้านบาท)

กษัตริย์เอ็มสวาติ มีภรรยาทั้งหมด 15 คน ลูกอีก 23 คน เมื่อปี 2019 ตามรายงานของสำนักข่าว The Times รายงานว่า “เขาใช้เงินกว่า 700 ล้านบาทในการซื้อรถโรลส์-รอยซ์ 19 คัน และ BMW อีกกว่า 20 คันให้กับภรรยาและลูก ๆ ของเขาทุกคน” (ซึ่งการตัดสินใจผลาญเงินครั้งนี้เกิดเพียงภายเดือนเดียว)

ด้วยความบ้าระห่ำและสุรุ่ยสุร่ายของเขา ทำให้ประชาชนพากันออกมาเรียกร้องให้เปลี่ยนรูปแบบการปกครองเป็นประชาธิปไตย รวมถึงต้องการให้ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ซึ่งเอ็มสวาติตอบโต้ด้วยการ ‘ชูนิ้วกลางใส่ประชาชน’ เสียอย่างงั้น และไม่สนใจต่อข้อเรียกร้องใด ๆ ทั้งสิ้น

แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความกดดันจากประเทศรอบข้าง ทำให้เขายอมที่จะเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นประชาธิปไตยจริง ๆ แต่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ถูกร่างขึ้นมานั้นทก็ถูกเขียนเพื่อส่งต่ออำนาจให้แก่ตนเองรวมถึงกำหนดให้ฝ่ายค้านไม่มีอำนาจในการต่อรองหรือคัดค้านใด ๆ พูดง่าย ๆ คือ “ประชาธิปไตย” 99% (ของแท้แต่ 99%)