“เลือดมังกรโคโมโด” ความหวังใหม่ในการสร้างยาปฏิชีวนะ ที่ต้องแลกมาด้วยการสูญพันธุ์

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2019 เว็บไซต์ Washington Post รายงานว่า รัฐบาลอินโดนีเซียสั่งปิดเกาะโคโมโด (Komodo Island) เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี เพื่อป้องกันผู้ลักลอบเข้ามาขโมยมังกรโคโมโดไปขายในตลาดมืด รวมถึงลดความเสี่ยงในการสูญพันธุ์ของสัตว์ชนิดนี้ด้วย

komodo
มังกรโคโมโด (Komodo)

มังกรโคโมโด (Komodo) เป็นสัตว์เลื้อยคลานกินเนื้อขนาดหนึ่ง จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับตะกวด แต่มีขนาดใหญ่และยาวกว่ามาก ตัวโตเต็มวัยมีความยาวประมาณ 2-3 เมตร หนักประมาณ 90 กิโลกรัม พบได้เฉพาะในประเทศอินโดนีเซียเท่านั้น

แต่ปัจจุบันสัตว์ชนิดนี้มีจำนวนลดลงมากเหลือเพียง 6,000 ตัวทั่วทั้งเกาะ แย่ยิ่งกว่านั้นคือมีตัวเมียเหลือเพียง 500 ตัวที่คาดว่าน่าจะสามารถตั้งท้องเพื่อมีลูกหลานสืบต่อไปได้ สาเหตุของการลดจำนวนนี้มาจากการล่าเพื่อนำไปขายในตลาดมืด จากรายงานล่าสุด ตำรวจท้องที่ได้เข้าจับกุมชาย 9 คนที่พยายามลักลอบนำโคโมโดจำนวน 40 ตัวออกนอกพื้นที่ พวกเขากล่าวว่าโคโมโด 1 ตัวขายได้ราคาสูงถึง 35,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.07 ล้านบาทเลยทีเดียว

komodo

ฟังดูแล้วมันไม่น่าถูกล่าได้เลยใช่ไหมครับ เพราะรูปร่างก็ไม่ได้น่ารัก จะเลี้ยงไว้เป็นสัตว์แปลกหายากก็ไม่ได้น่าดึงดูดสักเท่าไร แต่อย่าลืมนะครับว่าบางครั้งการซื้อขายสัตว์ไม่ได้หวังเพียงเพื่อนำมาเป็นสัตว์เลี้ยงหรือของสะสม แต่ยังหวังสรรพคุณจากส่วนต่าง ๆ ของมันเพื่อใช้ทำยาอีกด้วย

กรณีนี้จะคล้ายกับการนำนอแรดมาใช้ทำยาโด๊ป (หรือยาปลุกอารมณ์ทางเพศอะไรเทือกนี้แหละครับ) แต่สำหรับโคโมโดนั้น มีนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าเลือดของมันมีโมเลกุลบางชนิดที่ออกฤทธิ์ต้านแบคทีเรียได้ (โดยเฉพาะแบคทีเรียดื้อยารุนแรงอย่าง S. aureus และ P. aeruginosa) ซึ่งเชื่อว่ามันเกิดจากการวิวัฒนาการของร่างกายในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียจำนวนมากในช่องปากของโคโมโด จึงเกิดแนวคิดที่ว่าเราอาจจะสามารถนำเลือดของสัตว์ชนิดนี้มาทำยาปฏิชีวนะได้นั่นเองครับ

komodo
โมเลกุลเปปไทด์ (Peptide) ที่สกัดได้จากเลือดของโคโมโค มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อ

อย่างไรก็ตาม Bryan Fry ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยรัฐควีนส์แลนด์ กล่าวว่า การทำยาปฏิชีวนะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคุณจะต้องทราบถึงคุณสมบัติของสารที่ต้องการนำมาใช้เสียก่อน แล้วในเลือดของโคโมโดเองอาจมีสารอยู่หลายชนิด ผู้ทดลองต้องมีการศึกษาโครงสร้างที่ “คาดว่า” มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อและคัดแยกออกมาทำการทดลองอีกครั้ง เมื่อได้ยาตัวอย่างมาแล้วต้องมีการทดลองในสัตว์และมนุษย์อาสาสมัครเสียก่อน นี่ยังไม่รวมถึงการศึกษาผลข้างเคียงจากยาที่ได้มาจากสิ่งมีชิวตอื่น ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้รุนแรงได้ด้วย รวม ๆ แล้วอาจใช้เวลาในการผลิตนานถึง 10 ปีเลยทีเดียว

komodo

สรุป – ถึงตอนนี้พออุ่นใจได้บ้างแล้วแหละครับว่ามังกรโคโมโดได้รับการคุ้มครองเป็นที่เรียบร้อย ผมเชื่อว่าสักวันหนึ่งเราอาจจะสามารถผลิตยาปฏิชีวนะประสิทธิภาพสูงจากเลือดของโคโมโดได้ เพียงแต่ยังไม่ใช่ ณ เวลานี้เท่านั้นเอง

Fact – ในช่องปากและน้ำลายของโคโมโดมีแบคทีเรียกว่า 80 ชนิดปะปนอยู่ แต่ก่อนเชื่อกันว่าแบคทีเรียเหล่านี้ เป็นส่วนที่คอยสร้างพิษในบาดแผลจากการกัดของโคโมโด ทว่า ปัจจุบันได้มีการค้นพบว่าโคโมโดสามารถสร้างพิษได้จากต่อมพิเศษ ออกฤทธิ์ทำให้เหยื่อความดันต่ำและเลือดไม่แข็งตัวจนเสียชีวิตได้ในเวลาต่อมา ส่วนการติดเชื้อจากแบคทีเรียนั้นเป็นผลพลอยได้นั่นเองครับ