นี่คือใบหน้าของหญิงสาว ที่ถูกจุมพิตมากที่สุดในโลก (และช่วยชีวิตคนทั่วโลกเช่นกัน)

ย้อนกลับไปในมหานครปารีสช่วงปี 1880 มีคนพบศพหญิงสาวรายหนึ่งลอยมาติดฝั่งแม่น้ำแซนน์ ผู้คนในละแวกนั้นไม่มีใครรู้จักชื่อที่แท้จริงของเธอ และไม่เคยมีใครเคยพบเห็นเธอมาก่อน ด้วยเหตุนี้เธอจึงถูกเรียกว่า “หญิงสาวปริศนาแห่งแม่น้ำแซนน์” (L’Inconnue de la Sein)

รูปปั้นจำลองใบหน้าของหญิงสาวปริศนาแห่งแม่น้ำแซนน์

สาเหตุการตายของหญิงสาวอายุราว ๆ 16 ปีรายนี้ยังไม่มีใครทราบแน่ชัด แต่จากการตรวจสอบร่างกายไม่พบบาดแผลใด ๆ ไม่พบทั้งการต่อสู้หรือร่องรอยทำร้ายร่างกาย เรียกได้ว่า “ศพอยู่ในสภาพสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์”

ซึ่งในระหว่างเคลื่อนย้ายร่างไปยังห้องเก็บศพ ปรากฏว่าผู้ที่เข้ามาขอดูร่างหญิงสาวปริศนาไม่ใช่ญาติของเธอ หากแต่เป็นชาวเมืองที่อยากชื่นชมใบหน้าอันสวยงามและรอยยิ้มเล็ก ๆ ชวนหลงใหลของเธอเท่านั้น

ภาพถ่ายจิตกรหญิงที่กำลังวาดใบหน้าของหญิงสาวปริศนาแห่งแม่น้ำแซนน์ โดยยึดแบบจากหน้ากากคนตายของเธอ

พอดีในช่วงนั้นประเทศแถบยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศสและเยอรมนี นิยมซื้อขาย “หน้ากากคนตาย” (Death Mask – ของสะสมสุดแปลกที่เกิดจากการใช้ขี้ผึ้งเหลวพอกลงบนใบหน้าของศพ โดยต้องรอจนกระทั่งขี้ผึ้งเซตตัวก็จะได้รอยพิมพ์ใบหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ ยิ่งใบหน้านั้นมีความสวยงามมากเท่าใด มูลค่าของหน้ากากคนตายก็จะมากขึ้นตามความประทับใจ)

ใช่แล้วครับ ใบหน้าของสาวปริศนาแห่งแม่น้ำแซนน์ก็ถูกนำไปทำหน้ากากคนตายด้วย อีกทั้งยังมีการทำซ้ำอีกจำนวนมาก จนกระทั่งกลายเป็นชิ้นส่วนหนึ่งในการตกแต่งบ้านของเศรษฐีในปารีสยุคนั้นเลยทีเดียว

บทประพันธ์ของ Albert Camus ที่กล่าวถึงใบหน้าของหญิงสาวปริศนาแห่งแม่น้ำแซนน์

โดย อัลแบร์ กามูส์ (Albert Camus) นักประพันธ์และนักปรัชญาชาวฝรั่งเศส หนึ่งในผู้ครอบครองหน้ากากคนตายของหญิงสาวปริศนาแห่งแม่น้ำแซนน์ ได้บรรยายถึงใบหน้าอันสวยงามของเธอไว้ว่า “รอยยิ้มของเธอเทียบเท่ากับ โมนา ลิซา” ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หน้ากากคนตายของเธอมีชื่อเสียงโด่งดังยิ่งกว่าเดิม

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงปี 1950 ปีเตอร์ ซาร์ฟาร์ (Peter Safar) วิสัญญีแพทย์ชาวออสเตรีย พยายามคิดค้นวิธีฝึกการกู้ชีพเบื้องต้นด้วยการปั๊มป์หัวใจ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ “CPR” (Cardiopulmonary Resuscitation)

อัสมุนด์ เลอร์ดัล ขณะกำลังทดลองใช้หุ่น Resusci Anne

ซึ่งตอนแรกนั้นเขาเลือกใช้วิธีวางยาสลบในอาสาสมัคร (คนจริง ๆ) เพื่อจำลองเหตุการณ์เจอผู้ป่วยหมดสติ แต่การใช้คนจริง ๆ เป็นอะไรที่เสี่ยงมาก ยิ่งมีการวางยาสลบอาจอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ ปีเตอร์จึงติดต่อไปยัง อัสมุนด์ เลอร์ดัล (Asmund Laerdal) ช่างทำตุ๊กตาชาวนอเวย์ ให้ช่วยทำหุ่นจำลองกู้ชีพที่สามารถจัดท่าทางและผิวสัมผัสคล้ายคนจริง ๆ

และใบหน้าที่ทั้งคู่คัดสรรว่าเหมาะสมกับการนำมาใช้กับหุ่นจำลอง นั่นก็คือ ใบหน้าของหญิงสาวปริศนาแห่งแม่น้ำแซนน์ พร้อมทั้งมีการตั้งชื่อหุ่นจำลองกู้ชีพอย่างเป็นทางการว่า Resusci Anne หรือ  (หรือ CPR Annie) นั่นเอง

หุ่นจำลองฝึกการกู้ชีพ Resusci Anne ในปัจจุบัน

ซึ่งหลังจาก ปีเตอร์เปิดตัววิธีฝึกการกู้ชีพของตัวเอง ก็นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก จนกลายเป็นรากฐานในการฝึกกู้ชีพของโรงเรียนแพทย์ทั่วโลก จึงทำให้ริมฝีปากของหญิงสาวปริศนาแห่งแม่น้ำแซนน์ อาจเรียกได้ว่าเป็นริมฝีปากที่มีผู้คน “จูบ” มากที่สุดในโลก (จากการฝึกกู้ชีพ) พร้อมคุณูปการอันทรงคุณค่าแก่มวลมนุษย์นั่นเองครับผม

Fact – สมองเป็นอวัยวะที่ต้องการออกซิเจนอย่างต่อเนื่อง หากขาดออกซิเจนเพียง 5 นาที ก็อาจทำให้เซลล์สมองค่อย ๆ ตายลงหรือเป็นโรคสมองพิการได้เลย เพราะสมองจะเริ่มเสียหายภายใน 4 นาที ต้องทำให้เลือดคนป่วยไปเลี้ยงสมองให้ได้