รู้จักกับ ทะเลสาบอับราฮัม ที่ภายใต้ธรรมชาติสวยงามนั้นซ่อนก๊าซพิษที่อันตรายกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ 25 เท่า

นี่คือ “ทะเลสาบอับราฮัม” (Lake Abraham) เป็นทะเลสาบฝีมือมนุษย์ที่ถูกสร้างบริเวณแม่น้ำนอร์ทซัสแคตเช​วัน รัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา และถึงแม้ว่ามันจะมีผลึกน้ำแข็งสีขาวอมฟ้าสวยงาม บวกกับสีของน้ำที่เป็นสีครามสดใส แต่รู้หรือไม่ว่าสิ่งเหล่านี้กลับแฝงไปด้วยอันตรายที่สำคัญต่อชีวิตที่มาจาก “ก๊าซมีเทน” นั่นเอง

ทะเลสาบอับราฮัม

ย้อนไปเมื่อปี ค.ศ.1972 บริษัท TransAlta Corporation ได้ริเริ่มแผนที่จะสร้างเขื่อน Bighorn พร้อมกับแผนสร้างทะเลสาบอัมบราฮัมด้วยเช่นกัน และถึงแม้มันจะเป็นทะเลสาบเทียม แต่ก็ยังคงมีลักษณะคล้ายกับทะเลสาบน้ำแข็งอื่น ๆ ในภูมิภาค โดยมีน้ำทะเลสีฟ้าครามจากตะกอนที่มาจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็ง จนทำให้เกิดสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ ประกอบกับ “ฟองอากาศแช่แข็ง” (Frozen bubbles) ที่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญและโดดเด่นจนทำให้ทะเลสาบอับราฮัม กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักในช่วงฤดูหนาวของแอลเบอร์ตา

แล้วฟองอากาศแช่แข็งมาจากไหน ? : เมื่ออินทรียวัตถุ เช่น พืชหรือสัตว์ที่ตายแล้วจมลงสู่ก้นทะเลสาบ สารอินทรีย์เหล่านี้จะสลายตัวและปล่อยก๊าซมีเทนเป็นฟองอากาศลอยขึ้นไปด้านบน กระทั่งเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว ฟองอากาศจะแข็งตัวและทับซ้อนกันเป็นผลึกสีขาวอมฟ้าที่มีลักษณะเฉพาะ แต่ในทางตรงกันข้าม เมื่อน้ำแข็งละลายฟองอากาศจะทะลุผ่านพื้นผิวและก๊าซมีเทนจะถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กังวลอย่างมาก

หน้าตาของผลึกฟองอากาศจากก๊าซมีเทน

ทั้งนี้ มีเทนนั้นถือเป็นก๊าซเรือนกระจกที่เมื่อปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศจะมีศักยภาพมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า ดังนั้น การปล่อยก๊าซมีเทนสามารถนำไปสู่ภาวะโลกร้อนและทำให้ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศบนโลกแย่ลง ยิ่งไปกว่านั้น ทะเลสาบอับราฮัมยังถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่แห้งแล้งซึ่งอุดมไปด้วยอินทรียวัตถุที่แตกตัวบนเตียงทะเลสาบ จึงทำให้มีก๊าซมีเทนสะสมมากกว่าปกติ

โดยก๊าซมีเทนที่ฝังอยู่ใต้พื้นดินชั้นล่างสุดของบริเวณดังกล่าวนั้นเรียกว่า “มีเทนไฮเดรต” (น้ำ+ก๊าซมีเทน+ภาวะเยือกแข็ง) ซึ่งหากอุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นจนสารดังกล่าวถูกปลดปล่อยออกมา จะยิ่งส่งผลเสียต่อโลกอย่างหนักหน่วง เนื่องจากปริมาณมีเทนไฮเดรต 1 ลูกบาศก์เมตร เทียบเท่ากับก๊าซมีเทน 160 ลูกบาศก์เมตร หรือ 160,000 ลิตร

อย่างไรก็ตาม นอกจากะทำให้ก๊าซมีเทนลอยออกมาแล้ว การละลายตัวของธารน้ำแข็งทั่วโลกยังปลดปล่อย “ไวรัสและแบคทีเรีย” ออกมาด้วย ตัวอย่างเช่น ในปี 2007 นักวิทยาศาสตร์ทำการตรวจสอบศพที่ขุดพบในอะแลสกา ก่อนจะพบไวรัสไข้หวัดใหญ่สเปนที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งในช่วงปี ค.ศ.1918-1919 ไวรัสชนิดนี้ได้คร่าชีวิตผู้คนกว่าหลายสิบหลายคนทั่วโลก โดยบีท เฟรย์ นักวิจัยจาก WSL ได้อธิบายว่า “เราพบว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีเมตาบอลิซึมและโครงสร้างเซลล์เฉพาะ ซึ่งสามารถทำงานที่อุณหภูมิต่ำได้ และในตอนนี้เหมือนว่าพวกมันกำลังหลับอยู่เท่านั้น”

ฌอง มิเชล คลาเวอรี ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย Aix-Marseille กล่าวเสริมว่า “ไวรัสที่ทำให้เกิดโรค รวมถึงไวรัสที่เคยกระตุ้นการแพร่ระบาดในอดีต อาจอยู่ในชั้นดินต่ำกว่าบริเวณเพอร์มาฟรอสต์ ดังนั้นการขุดเจาะต่าง ๆ ด้วยฝีมือมนุษย์อาจทำให้แบคทีเรียถูกปลดปล่อยออกมา แต่ในอีกด้านหนึ่ง มีจุลินทรีย์บางประเภทที่ถูกปลดปล่อยออกมาเช่นกัน ซึ่งอาจมีประโยชน์ในทางการแพทย์หรือเทคโลโลยีชีวภาพก็เป็นได้”