พบกับ “ปลานกแก้ว” สิ่งมีชีวิตแลนเทิร์นที่สามารถ “สร้างบาเรีย” ป้องกันการโจมตีได้

ช่วงต้นปี 2020 ผมค่อนข้างตกใจ เพราะในโซเชียลมีการแชร์รูปแผงขายปลาแห่งหนึ่ง ที่มีการวางขาย “ปลานกแก้ว” เต็มไปหมด (Parrotfish – ปลาทะเลขนาดกลาง ยาว 40-70 ซม. ที่กว่า 85 ชนิดนั้นมีสีโดดเด่นล่อตานักล่าแบบสุด ๆ) ซึ่งปลานกแก้วถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสัตว์คุ้มครอง หากใครจับมาขายหรือจับมากินจะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เหตุผลก็เพราะ เป็นปลาที่สำคัญอย่างมากต่อระบบนิเวศในทะเล มีหน้าที่ครูดกินซากปะการังที่ตายแล้ว ช่วยป้องกันการระบาดของปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว ทำให้ปะการังตัวอ่อนที่กำลังจะเติบโตมีพื้นที่ในการขยายอาณาเขตได้

ซึ่งหากทะเลไร้ซึ่งปลานกแก้วล่ะก็ การระบาดของโรคติดต่อกับพืชในทะเลก็จะไม่มีตัวช่วยตัดวงจร จนอาจนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่มากได้ แต่ก็นั่นแหละ ที่น่ากลัวกว่าโรคระบาดก็คงเป็นมนุษย์ เพราะแม้พวกมันจะมีความสามารถพิเศษ “สร้างบาเรียเหมือนเหล่าแลนเทิร์นในคอมมิคได้” แต่ก็ยังไม่รอดพ้นเงื้อมมือจากผู้ล่าบนสุดของห่วงโซ่อยู่ดี …

เอาล่ะเข้าเรื่อง : บาเรียที่ทุกคนเห็นอยู่นี้มีชื่อว่า “Bubble Mucus” (เมือกกันภัย) เป็นความสามารถพิเศษของปลานกแก้วที่สร้างขึ้นโดยการ “พ่นเมือกออกมาจากปาก” ให้เป็นฟองเมือกเล็ก ๆ และเชื่อมต่อกันจนกลายเป็นฟองเมือกขนาดใหญ่ (ใช้เวลาสร้างราว 1.30 ชั่วโมง) และเมื่อสร้างเสร็จ พวกมันก็จะเข้าไปนอนหลับอยู่ข้างใน

เพราะนอกจากจะช่วยปกปิดกลิ่นและป้องกันนักล่าได้แล้ว ยังช่วยป้องกันเหล่าแอมฟีพอดตัวจิ๋ว (ตัวไรทะเล) ที่มักกินเลือดของปลาทุกตัวได้ด้วย เสมือนกับมันใช้ฟองเมือกแห่งนี้เป็น “มุ้งกันยุง” ยังไงยังงั้น

ทีนี้มาพูดถึง “ฟันและรอยยิ้มสุดเกรียน” ของปลาชนิดนี้กันบ้าง พวกมันมีฟัน 2 ชุด 1.ฟันหน้า-ช่วยแทะเล็ม 2.ฟันในคอหอย-ช่วยบดของแข็ง

ซึ่งการที่ดูเหมือนมันยิ้มตลอดเวลา ไม่ใช่เพราะมันอารมณ์ดี แต่ลักษณะปากของมันที่มีขากรรไกรเหมือนปากนกแก้วทำให้ปากหุบไม่ลง-ดูเหมือนเผยอตลอดเวลา และฟันของมันยังสามารถเติบโตขึ้นตามอายุได้เรื่อย ๆ (อายุขัย 7 ปี) นั่นจึงทำให้ยิ่งตัวไหนอายุเยอะยิ่งดูเหมือนยิ้มกว้างขึ้นตลอดเวลานั่นเอง (ฮ่า ๆ ๆ) ทั้งนี้ก็เพราะมันต้องใช้ฟันในการขูดกินสาหร่ายและปะการังที่เคลือบอยู่บนโขดหินตามที่ได้เล่าไปตอนต้นครับผม