“เลโอ เมเจอร์” โคตรทหารสงครามโลก ลุยเดี่ยวจับเชลยนาซี 93 คน+ปลดแอกทั้งเมือง

เลโอ เมเจอร์ (Léo Major) เป็นทหารเชื้อชาติฝรั่งเศส – แคนาดา ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เขาถูกยกย่องในฐานะยอดทหารระดับตำนาน จากวีรกรรมในการจับกุมทหารเยอรมัน 93 นาย ได้ภายในคืนเดียว แถมอีก 1 ปีต่อมาเขาก็ปลดปล่อยเมืองทั้งเมืองจากกองทัพนาซีด้วยตัวคนเดียว เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในดาวเด่นจากหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองเลยทีเดียวครับ

 

เลโอ เริ่มต้นเข้าร่วมกับกองทัพแคนาดาในปี 1940 เพื่อทำให้พ่อของเขาภูมิใจ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ทำให้พ่อมองเขาในทางที่ดีขึ้นบ้าง เนื่องจากความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่นัก โดยที่เลโอในตอนนั้นไม่รู้เลยว่าการเข้าร่วมกองทัพครั้งนี้ ไม่เพียงจะทำให้พ่อของเขาภูมิใจ แต่มันยังจะทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษสงครามที่ถูกจดจำมาถึงปัจจุบัน

ปี 1944 ระหว่าง ยุทธการที่แม่น้ำสเกลต์ (Battle of the Scheldt) เลโอได้รับภารกิจให้ทำการลอบแทรกซึม เข้าไปสังเกตการณ์ในเขตเมือง ซีแลนด์ (Zeeland) ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเขตแดนของเยอรมัน

ระหว่างการลอบสังเกตการณ์นั้นเอง เลโอพบทหารเยอรมัน 2 นายเดินโต๋เต๋มาตามสันเขื่อน เขาจึงเข้าจู่โจมและจับตัวทหารเยอรมันเป็นตัวประกันได้ 1 คน แต่เนื่องจากอีกคนพยายามจะใช้ปืนต่อสู้ เลโอจึงจำเป็นต้องยิงทหารนายนั้นก่อน

หลังจากนั้น เลโอก็ใช้ตัวประกันที่จับได้เป็นเหยื่อล่อทหารนาซีคนอื่น ๆ รวมทั้งผู้บัญชาการให้เข้ามา เขาใช้เวลาค่อย ๆ จับเชลยเป็นตัวประกันไปเรื่อย ๆ และยิงทหารนาซีเสียชีวิตเพิ่มอีก 3 นาย ทำให้คนอื่น ๆ ที่เหลือค่อย ๆ ยอมแพ้ จวบจนจบคืนนั้นเอง เลโอก็จับเชลยเยอรมันได้มากถึง 93 คน และพาเชลยทั้งหมดเดินทางข้ามชายแดนมายังแคนาดา

1 ปีให้หลัง ในเดือน เมษายน 1945 เลโอถูกส่งไปประจำการใกล้กับ เมืองซโวลเลอ (Zwolle) ประเทศเนเธอแลนด์ (เยอรมันยึดครองไปแล้ว) ขณะอยู่ที่นั่นผู้บัญชาการกองทัพ ต้องการอาสาสมัครเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบจำนวนทหารเยอรมันในเขตแดน เพื่อใช้เป็นข้อมูลเตรียมการรบสำหรับโจมตี

แน่นอนว่า เลโอ เมเจอร์ และทหารอีกหนึ่งนาย คือ สิบโท วิลลี อาร์เซนอลต์ (Willie Arseneault) ตอบรับทันที แต่โชคร้าย พวกเขาถูกจับได้ระหว่างภารกิจ ทำให้วิลลีถูกทหารนาซีฆ่าตาย ส่วนเลโอยิงต่อสู้และสังหารศัตรูไปได้ 2 นาย ก่อนที่เขาจะดักโจมตีรถบรรทุกของทหารเยอรมันที่ผ่านทางมา จับคนขับเป็นตัวประกัน ให้ขับพาไปยังบาร์เหล้าในเมืองซึ่งนายทหารเยอรมันกำลังดื่มอยู่

ในตอนแรก เลโอตั้งใจจะจับตัวนายทหารดังกล่าวเป็นตัวประกันเพิ่ม แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะปล่อยตัวไป แล้วลวงข่าวว่า พรุ่งนี้เช้า เวลา 6 โมงตรง แคนาดาจะเริ่มระดมยิงปืนใหญ่ถล่มเข้าใส่กองทหารเยอรมัน เนื่องจากเขารู้ตำแหน่งที่ตั้งทางทหารทั้งหมดของเยอรมันในเมืองนี้แล้ว ถึงเขาจะยังไม่ทันได้เริ่มสำรวจจริงจังเลยก็ตาม

หลังจากปล่อยตัวประกัน เลโอก็ออกไปก่อจลาจลในเมืองเพื่อทำให้ทหารเยอรมันเกิดความหวาดกลัว ด้วยการระดมยิงปิน, โยนระเบิด แถมยังวางเพลิงศูนบัญชาการเกสตาโป (ตำรวจลับเยอรมัน) ภายใสเมืองซโวลเลอ จับตัวประกัน และยิงต่อสู้กับเจ้าที่หน้าเกสตาโป 8 คน สังหารไปได้ 4 ส่วนที่เหลือหนีรอดไปได้

แต่จากเหตุการณ์ยิงต่อสู่กับตำรวจลับเยอรมัน ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ จนต้องสูญเสียดวงตาไปหนึ่งข้าง ซึ่งก็ถือคุ้มค่าเมื่อแลกกับสิ่งที่ได้มา

เพราะในเช้าวันรุ่งขึ้น ไม่ว่าด้วยความหวาดกลัว หรือเพราะไม่อยากเสี่ยงกับคำลวงของเลโอ แต่ทหารเยอรมันก็ทำการถอนกำลังออกจากเมืองจนหมด ตั้งแต่เวลา 4 : 30 นาฬิกา หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เลโอสามารถปลดปล่อยเมือง ซโวลเลอให้ได้รับอิสรภาพจากกองทัพเยอรมันด้วยตัวคนเดียว ภายในคืนเดียวนั่นเองครับ

เลโอ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ปี 2008 ด้วยวัย 87 ปี เขาคือทหารแคนาดาเพียงคนเดียวในสงครามโลกที่ได้รับ เหรียญกล้าหาญสูงสุดถึง 2 ครั้งจากสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียแห่งอังกฤษ

Fact – สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ วันที่ 1 กันยายน 1939 แต่แคนาดาเข้าร่วมสงครามในวันที่ 19 กันยายน ภายหลังการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการของ อังกฤษ และฝรั่งเศส ในวันที่ 3 กันยายน

อ่านต่อ – เรื่องตลกในสงครามเกาหลี ขอกระสุนแต่ดันได้ลูกอม แถมผลลัพธ์ลงเอยดีกว่าที่คิด