กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ดาวพุธอาจเคยมีองค์ประกอบที่เหมาะสมกับสิ่งมีชีวิต

วันที่ 24 มีนาคม 2020 สำนักข่าว The New York Times รายงานว่า ดาวพุธ ดาวเคราะห์ที่มีพื้นผิวร้อนมาก ดาวเคราะห์ที่มีพื้นผิวร้อนมาก ร้อนจนตะกั่วยังละลาย (จุดหลอมเหลวของตะกั่วคือ 327.5 °C) แต่เชื่อหรือไม่ครับว่าครั้งหนึ่งมันอาจเคยมีองค์ประกอบที่เหมาะสมกับสิ่งมีชีวิต

นี่เป็นทฤษฎีใหม่ที่ตีพิมพ์ใน journal Scientific Reports เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งมีการอ้างอิงถึงดาวพุธ ดาวเคราะห์ที่โคจรใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในระบบสุริยะ และมีภูมิประเทศที่แห้ง แตก ไม่สม่ำเสมอ และยุ่งเหยิง

“ลองนึกถึงเด็กที่เล่นเกมสร้างตึกมั่วซั่วไปหมด มันเป็นแบบนั้นแหละ พื้นบางแห่งก็สูง บางแห่งก็เตี้ย บางแห่งก็เอียง เป็นภูมิประเทศที่วุ่นวายสุด ๆ” เดโบราห์ โดมิงกิว (Deborah Domingue) ผู้ร่วมเขียนนำงานวิจัยจาก Planetary Science Institute กล่าว

เป็นเวลาเกือบ 50 ปีที่นักวิทยาศาสตร์ต่างคิดว่าความเละเทะบนดาวพุธเกิดจากแผ่นดินไหวทั่วพื้นผิว หลังมีอุกกาบาตขนาดใหญ่ชนเข้ากับมัน แต่งานวิจัยชิ้นใหม่ที่นำโดย ดร.อเล็กซิส โรดริเกซ (Alexis Rodriguez) พบว่าภูมิประเทศเช่นนั้นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีหลังอุกกาบาตปะทะ เพราะมันเกิดขึ้นหลังจากนั้นนานถึง 2 พันล้านปี

นอกจากนี้พวกเขายังพบว่า พื้นผิวในภูมิประเทศที่วุ่นวายมีการยุบตัวลงไป ราวกับชั้นเปลือกโลกที่อยู่ใต้พื้นผิวนั้นเกิดหายไป

คำอธิบายที่ง่ายที่สุดคือ สารระเหยใต้ผิวดิน (*องค์ประกอบที่สามารถเปลี่ยนจากของแข็งเป็นของเหลวหรือก๊าซได้) เกิดร้อนขึ้นเนื่องจากการเข้าใกล้ของหินหนืดด้านล่าง เป็นผลให้พวกมันระเหยเป็นแก๊สและภูมิประเทศด้านบนพังทลายลงมาจนไม่เหลือความเป็นระเบียบ

*ลองจินตนาการถึงลูกเหม็น (ทำจาก Naphthalene สามารถระเหิดเป็นก๊าซได้)

พอล เฮย์น (Paul Hayne) นักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์จาก มหาวิทยาลัยโคโลราโด โบลเดอร์ (University of Colorado Boulder) ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย ก็เห็นตรงกันว่าสิ่งที่เราเชื่อเกี่ยวกับดาวพุธมานานมันผิด และตั้งข้อสังเกตว่างานวิจัยชิ้นใหม่สอดคล้องกับสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์สังเกตเห็นบนดาวอังคารที่มีภูมิประเทศคล้ายกัน หรือก็คือมันเกิดมาจากการหายไปของสารระเหยนั่นเอง

โดมิงกิวกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่สารระเหยนั้นจะเป็นน้ำ จุดเริ่มต้นของสิ่งมีชีวิต แม้ว่าพวกเขาจะยังไม่สามารถบอกได้ว่าใต้พื้นผิวของดาวพุธจะเป็นสารระเหยแบบไหนก็ตาม

แม้แนวคิดนี้จะไปขัดแย้งกับความร้อนแรงของดาวพุธที่มีอุณหภูมิ 426 °C ในช่วงกลางวัน และ 143 °C ในช่วงกลางคืนที่ไม่ว่าจะเวลาไหนน้ำก็จะระเหยออกไปอยู่ แต่ใต้พื้นผิวอาจมีอุณหภูมิที่เย็นกว่า โหดร้ายน้อยกว่า อย่างน้อยก็สำหรับสิ่งมีชีวิตบางรูปแบบ

“มันเป็นไปได้ตราบใดก็ตามที่มันมีน้ำ อุณหภูมิอาจจะเหมาะสมสำหรับการอยู่รอดและอาจเป็นต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิต”ดร.เจฟฟรีย์ คาร์เกล (Jeffrey Kargel) เขียนร่วมเขียนนำงานวิจัยอีกคนจาก Planetary Science Institute กล่าว

แม้นักวิทยาศาสตร์ท่านอื่นจะไม่ได้เห็นอย่างสิ้นเชิงว่าดาวพุธเคยมีน้ำ แต่ข้อเสนอแนะนี้ได้จุดประกายที่น่าสนใจเกี่ยวกับการค้นหาสิ่งมีชีวิตทั่วจักรวาล เนื่องจากนักดาราศาสตร์เคยค้นพบดาวเคราะห์หลายพันดวงที่โคจรรอบดาวฤกษ์อื่น ซึ่งบางดวงมีลักษณะคล้ายกับดาวพุธ

“ถ้ามันเกิดชีวิตขึ้นที่นี่ มันก็เกิดชีวิตขึ้นที่อื่นเช่นกัน” – ดร.โรดริเกซ กล่าว

สรุป นักวิจัยค้นพบว่าครั้งหนึ่งอาจมีน้ำอยู่ใต้พื้นผิวของดาวพุธ ซึ่งเหมาะสมต่อการมีสิ่งมีชีวิต แต่วันหนึ่งหินหนืดด้านล่างเกิดทำให้น้ำระเหยหายไปจนแผ่นดินข้างบนทลายลงมากลายเป็นพื้นผิวที่ขรุขระและยุ่งเหยิงดังเช่นปัจจุบัน

Fact ถ้าหากเราจ้องมองบนท้องฟ้าขณะอยู่บนดาวพุธ ดวงอาทิตย์จะมีขนาดใหญ่กว่าที่จ้องมองบนโลกถึง 2 เท่า

อ่านต่อ – ว่ากันด้วยเรื่อง “เอเลียน” แท้จริงแล้วเอเลียนควรมีหน้าตาเป็นยังไง