ทุกคนครับ : เรากำลังจะถูก “ดักฟังจากหลอดไฟ” ด้วยกล้องส่องทางไกลได้แล้วนะ

เข้าเรื่องเลยนะครับ : เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2020 ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Negev ประเทศอิสราเอล ประสบความสำเร็จในการ “แปลงการสั่นสะเทือนของหลอดไฟ” ให้กลายเป็นบทสนทนาของคนที่นั่งคุยกันภายใต้หลอดไฟดวงนั้นได้ โดยใช้กล้องมองทางไกลทำการส่องเพื่อจับการสะเทือนของหลอด และนำการสั่นสะเทือนที่ได้มาแปลงค่าความถี่จนรับรู้ได้ถึงบทสนทนาที่เกิดขึ้นจริงอยู่ในขณะนั้น !

ระยะห่างระหว่างกล้องและหลอดไฟ 25 เมตร

ซึ่งผลการทดลองเพิ่มเติมยังพบอีกว่า นอกจากมนุษย์จะฟังรู้เรื่องแล้ว เมื่อทดลองเปิดคลิปสุนทรพจน์ในห้องเป้าหมาย AI ของ Google ก็สามารถฟังออกได้ทุกคำแถมยังรู้ต้นตอของไฟล์ที่อยู่ในยูทูปด้วย จากนั้นก็ทดลองต่อด้วยการเปิดเพลง แล้วใช้ Shazam ซึ่งมันก็พบเพลงที่ทีมงานเปิดได้เช่นกัน (คือแบบสุดจริงอะไรจริง !!) ซึ่งบทความนี้จะอธิบายถึงหลักการที่พวกเขาใช้แบบเข้าใจง่ายมากที่สุดครับ

เจ้าเทคโนโลยีนี้มีชื่อว่า lamphone (แลม-โฟน = โคมไฟก็เหมือนโทรศัพท์ที่ถูกดักฟังได้นั่นแหละ) หลักการทำงานของมันมีเพียง 5 ขั้นตอน

ภาพแสดงหลักการทำงานของ LamPhone

1. เหยื่อพูดคุยกัน
2. เกิดการสั่นสะเทือนที่หลอดไฟ
3. ใช้กล้องส่องทางไกล เก็บข้อมูลการสั่นสะเทือน
4. นำข้อมูลที่ได้ไปเข้าระบบคอมพิวเตอร์ และใช้อัลกอริทึมที่ออกแบบไว้ทำหน้าที่แปลงการสั่นสะเทือนเหล่านั้นเป็นความถี่เสียง
5. เปิดฟังไฟล์เสียง รับรู้ถึงบทสนทนานั้น ๆ ได้ทันที

และสิ่งที่เจ๋งกว่าขั้นตอนเรียบง่ายเหล่านี้ (แต่ที่จริงไม่ง่ายเลย) คือ ชุดอุปกรณ์ดักฟังทั้งหมดมีต้นทุนเพียง ชุดละ 30,000 บาทเท่านั้น !!! โดยสิ่งที่แพงที่สุดคือ “เลนซ์ของกล้อง” แต่หากเพิ่มงบก็จะได้เลนซ์ที่ดีขึ้น และจากการทดลองพบว่า “ยิ่งซูมเข้าใกล้หลอดไฟมากเท่าไหร่ คุณภาพของเสียงที่ได้ก็จะดีขึ้นมากเท่านั้น”

(ภาพเปรียบเทียบ) ระหว่างไฟล์เสียงที่ผ่านการประมวลผลอัลกอริทึม VS ไฟล์เสียงจริง จะเห็นว่าไฟล์เสียงอัลกอริทึมแม้จะมีความถี่แทรกซ้อน แต่เสียงหลักยังปรากฏอยู่ชัดเจน = ยังฟังรู้เรื่องครับ // (ด้านบน-ไฟล์เสียงสุนทรพจน์ของทรัมป์) , (ด้านล่าง-เพลง Let it be ของ The Beatles)

ทั้งนี้ ทุกคนสามารถเข้าไปฟังไฟล์เสียงที่ถูกอัลกอริทึมอิมพอร์ตออกมาเรียบร้อยแล้ว ได้ที่ลิ้งนี้ครับ lamphone (อยู่ย่อหน้าข้างล่างเน้อ) และหากใครรู้สึกวิตกกังวล ก็ไม่ต้องร้อนใจไป เพราะเทคโนโลยีนี้มีจุดอ่อนอยู่ที่ ต้องเห็นหลอดไฟแบบชัดเจนเท่านั้น-ห้ามมีอะไรบดบัง นั่นหมายความว่า “แค่เพียงคุณปิดผ้าม่าน” เจ้าแลมโฟนก็ไม่สามารถล่วงรู้บทสนทนาลับ ๆ ที่เกิดขึ้นได้แล้วครับ อิอิ

Fact – ตั้งแต่ อเล็กซ์ เกรแฮม เบลล์ ประดิษฐ์โทรศัพท์เครื่องแรกของโลกเมื่อปี ค.ศ. 1876 สำเร็จ โลกก็เปลี่ยนไปตลอดกาล เพราะขณะนั้นจุดอ่อนของระบบอนาลอกคือถูกดักฟังได้ง่ายมาก ทำให้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทั้ง CIA อเมริกา, KGB โซเวียต, SAS อังกฤษ และ MOSADD ของอิสราเอล ต่างพากันใช้จุดอ่อนนี้เป็นตัวแปรสำคัญในการวางกลยุทธ์

จนเกิดเป็น Operation Gold (1954-1961) ที่สหรัฐฯและอังกฤษร่วมมือกันตั้งศูนย์ดักฟัง ณ พื้นที่อุโมงค์ใต้ดินของกรุงเบอร์ลิน (ลึกกว่า 7 เมตร ยาว 450 เมตร) เพื่อเชื่อมไปยังชุมสายโทรศัพท์ใต้ดินทั่วทั้งเมือง โดยสามารถดักฟังข้อมูลของโซเวียตพร้อมบันทึกเป็นเทปเสียงได้ถึง 50,000 ม้วนเลยทีเดียว