รู้จักกับ “ชาร์ล ลูเซียโน่” เจ้าพ่อแก๊งค์มาเฟียอิตาลี – ที่เป็นต้นแบบของ “The Godfather”

รู้จักกับ “ชาร์ล (ลัคกี้) ลูเซียโน่” มาเฟียชาวอิตาลีที่ทรงอำนาจที่สุดในประวัติศาสตร์ ผู้เป็นต้นแบบของภาพยนตร์ The Godfather (1972) ซึ่งเขาอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศอเมริกา และก่อตั้งแก๊งค์มาเฟียที่ปกครองมหานครนิวยอร์กมาอย่างยาวนาน รวมถึงการวางรากฐานของแก๊งค์มาเฟียให้เป็นระบบ จนถูกยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งโลกใต้ดิน”

ชาร์ล (ลัคกี้) ลูเซียโน่

โดย ชาร์ล ลูเซียโน่ เกิดเมื่อปี ค.ศ.1897 ณ เมืองซัลบาตอเร ลูเซียนา บนเกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี ก่อนที่ 10 ปีต่อมา ครอบครัวจะตัดสินใจอพยพย้ายมายังเมืองนิวยอร์ก ประเทศอเมริกา และพักอาศัยอยู่ในย่านโลเวอร์อีสท์ไซด์ที่เต็มไปด้วยอาชญากรรม ซึ่งสาเหตุที่ต้องยอมอยู่ในสถานที่อันตรายแบบนั้นก็เพราะพวกเขาอพยพเข้ามาอย่างผิดกฎหมายนั่นเอง

ซึ่งลูเซียโน่เติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยอาชญากรรม นั่นทำให้เขาเรียนรู้การเป็นอาชญากรมาตั้งแต่เด็ก โดยเข้าสู่วงการตั้งแต่อายุ 14 ปี ที่เริ่มจากการปล้น ลักขโมย กรรโชกทรัพย์ และพกปืนตั้งแต่ตอนนั้น โดยจุดเปลี่ยนสำคัญคือ เมื่อเขาเข้าร่วมแก๊งค์ค้ายาเฮโรอีน ชื่อ “Five Points Gang” นั่นเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เขาเห็นวงจรอันเน่าเฟะของโลกใต้ดิน และเริ่มมีความคิดที่จะปฏิวัติวงการนี้

ลูเซียโน่ และสมาชิกผู้ก่อตั้งแฟมิลี่

หลังจากอยู่แก๊งค์ Five Points Gang ไม่นาน ลูเซียโน่ก็ตัดสินใจออกมาและหวังจะตั้งกลุ่มเป็นของตัวเอง โดยก่อนหน้านั้นเขาหารายได้ด้วยการเรียกเก็บค่าคุ้มครองจากเด็กชาวยิว และให้สัญญาว่าจะปกป้องพวกเขาจากพวกนักเลงกลุ่มอื่น ๆ จนกระทั่งได้ไปเจอกับ “เมเยอร์ แลนสกี้” (Meyer Lansky) หนุ่มชาวยิวอายุไล่เลี่ยกัน ที่ไม่ยอมจ่ายค่าคุ้มครอง ซึ่งนั่นทำให้ลูเซียโน่ประทับใจในความกล้าหาญ ทำให้เขาชวนแลนสกี้เข้าร่วมเป็นสมาชิกนับแต่นั้นมา และได้ก่อตั้ง “Genovese Family” ขึ้นในปี ค.ศ.1920

โดย ลูเซียโน่และแลนสกี้ ค่อย ๆ ขยายอาณาเขตการปกครองจากการเก็บค่าคุ้มครองและขายเหล้าเถื่อน จนมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และได้รับการยอมรับจาก “โจ มาสเซเรีย” (Joe Masseria) หัวหน้าแก๊งมาเฟียร์ที่ใหญ่ที่สุดในนิวยอร์ก ณ เวลานั้น จนกระทั่งช่วงต้นปี ค.ศ.1930 ลูเซียโน่ เริ่มไม่พอใจกับการปกครองของ โจ มาสเซเรีย ที่เป็นคนอารมณ์ร้อน โหดเหี้ยม และทำแต่งานสกปรก (ปล้น ฆ่า ลักพาตัว ข่มขืน) ทำให้ลูเซียโน่ ตัดสินใจโค่นอำนาจของมาสเซเรีย ด้วยการลอบสังหารระหว่างการรับประทานมื้อเย็น และเข้าควบคุมกิจการในโลกใต้ดินทั้งหมดแทน

ซึ่งหลังเข้ามาแทนที่ โจ มาสเซเรีย เขาได้ทำการจัดประชุมใหญ่ที่รวบรวมหัวหน้าแก๊งมาเฟียทั่วประเทศให้มารวมตัวและทำข้อตกลงร่วมกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อจัดระเบียบโครงสร้างมาเฟียสมัยใหม่และเพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือดในอนาคต ทั้งนี้ มาเฟียชื่อดังจากรัฐชิคาโกอย่าง อัล คาโปน (Al Capone) ก็เข้าร่วมการประชุมนี้เช่นกัน

สำหรับโครงสร้างที่ลูเซียโน่วางไว้ คือการก่อตั้ง “แฟมิลี่” (Family Gangster) ประจำภูมิภาคแต่ละรัฐ และมี “คณะกรรมการ” (Commission) ที่ปกครองแต่ละแฟมิลี่อีกที เพื่อทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของแฟมิลี่ต่าง ๆ ให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ และรักษาความสงบสุขระหว่างแฟมิลี่ในกรณีที่เกิดความขัดแย้งกัน ตลอดจนคอยปกปิดการดำเนินงานในโลกใต้ดินจากรัฐบาลด้วย

ภาพถ่ายที่ลูเซียโน่โดนจับ

กระทั่งในปี ค.ศ.1935 ลูเซียโน่ ถูกรัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งข้อกล่าวหาว่าค้าประเวณี และความผิดอื่น ๆ อีกกว่า 62 กระทง ทำให้ลูเซียโน่ต้องโทษจำคุก 30 ปี แต่ทว่าหลังจากติดคุกไปได้เพียง 4 ปีเท่านั้น ปัญหาจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่รัฐบาลกลัวว่าจะถูกอิตาลีรอบโจมตี ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงต้องหันไปพึ่งลูเซียโน่ ที่มีอำนาจและเส้นสายในประเทศอิตาลีให้ช่วยสืบข่าว และนั่นก็ทำให้เขาถูกปล่อยตัวในที่สุด

แต่ถึงอย่างนั้น แม้ลูเซียโน่จะให้ความร่วมมือ แต่รัฐบาลสหรัฐฯก็ไม่ไว้วางใจ เลยตัดสินใจส่งตัวเขากลับไปยังอิตาลีบ้านเกิดแทน จนในปี ค.ศ.1962 ลูเซียโน่เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย ซึ่งร่างของเขาถูกส่งกลับไปฝังยังประเทศอเมริกา ณ สุสานเซนต์จอห์น รัฐนิวยอร์ก ทั้งนี้ แม้ลูเซียโน่จะเสียชีวิตไปกว่า 58 ปีแล้ว แต่โครงสร้างรูปแบบแฟมิลี่ยังคงถูกใช้งานในโลกใต้ดินอยู่จนถึงปัจจุบัน