รู้จักกับ “สตานิสลาฟ เปตรอฟ” นายทหารผู้หยุดยั้งการเกิด “สงครามโลกครั้งที่ 3”

ย้อนไปในช่วงสงครามเย็น “สตานิสลาฟ เยฟกราโฟวิช เปตรอฟ” นายทหารนาวาอากาศโทของกองทัพสหภาพโซเวียต ได้รับมอบหมายให้จับตาดูหน้าจอเครื่องตรวจจับขีปนาวุธอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่ามีการโจมตีใด ๆ มาจากฝ่ายสหรัฐฯ หรือไม่ และจะต้องรายงานสิ่งที่พบให้กับผู้บังคับบัญชาทราบโดยทันที ซึ่งด้วยหน้าที่นี้เองที่ทำให้เขาสามารถหยุดยั้งการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ได้ในที่สุด

(ภาพซ้าย) สตานิสลาฟ เปตรอฟ เมื่อครั้งยังเป็นทหารอากาศ, (ภาพขวา) ภาพจำลองการสังเกตการณ์จากเครื่องตรวจจับ

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กันยายน ปี ค.ศ.1983 จู่ ๆ เครื่องตรวจจับก็แสดงผลจุดสีแดง 5 จุด บนหน้าจอ ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจเป็นขีปนาวุธ 5 ลูกกำลังมุ่งตรงมายังโซเวียต แต่เปตรอฟกลับสงสัยว่า นี่อาจเป็นการทำงานที่ผิดพลาดของระบบ เนื่องจากเครื่องตรวจจับนั้นยังใหม่ และไม่ค่อยน่าเชื่อถือ อีกทั้งเปตรอฟยังสงสัยว่าหากสหรัฐฯ ต้องการจะโจมตีจริง ๆ พวกเขาคงยิงขีปนาวุธมาเต็มขั้น ดังนั้น 5 ลูกที่ตรวจจับได้จึงดูไม่สมเหตุสมผลนัก

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงตัดสินใจ “ไม่แจ้ง” การแสดงผลดังกล่าวแก่ผู้บังคับบัญชา ซึ่งแม้ว่าเขาจะไม่มั่นใจนัก แต่การตรวจสอบในภายหลังพบว่า “คอมพิวเตอร์ทำงานผิดพลาดจริง ๆ” โดยจุดสีแดงดังกล่าวมาจากการตรวจจับแสงแดดที่สะท้อนจากเมฆนั่นเอง



แล้วจะเกิดอะไรขึ้นหากเปตรอฟเลือกตัดสินใจแจ้งผู้บังคับบัญชา? ตอบ : เป็นไปได้ว่า โซเวียตอาจตัดสินใจโจมตีกลับทันที ซึ่งตามรายงานของสภาคองเกรส (ปี ค.ศ.1979) ระบุว่า ณ ตอนนั้นโซเวียตมีหัวรบนิวเคลียร์ประมาณ 35,000 ลูก ในขณะที่สหรัฐฯ มี 23,000 ลูก ดังนั้น หากโซเวียตโจมตีอย่างเต็มรูปแบบจะสามารถสังหารประชาชนสหรัฐฯ ได้มากถึง 82-180 ล้านคน ซึ่งคิดเป็น 35-77% ของประชากรทั้งหมด และเมื่อสหรัฐฯ โจมตีกลับ จะทำให้ชาวโซเวียตล้มตายไปประมาณ 54-108 ล้านคน หรือคิดเป็น 20-40% ของประชากรทั้งหมด

แน่นอนว่าผลของสงครามจะไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะมันจะตามมาด้วยการเข้าร่วมของนานาประเทศทั่วโลก ซึ่งจะทำให้เกิดการสูญเสียมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การหยุดชะงักของอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและการพังทลายของเศรษฐกิจโลกอาจจะทำให้ผู้คนราว 2 พันล้านคนทั่วโลกล้มตายจากภาวะความอดยากในที่สุด ทั้งนี้ การไม่แจ้งผลการทำงานของคอมพิวเตอร์ในครั้งนั้น ทำให้เปตรอฟถูกตำหนิจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง แต่เขากล่าวว่า “ผมยอมมีความผิดจากการบกพร่องต่อหน้าที่ ดีกว่าต้องเป็นคนจุดชนวนเริ่มสงครามโลกครั้งที่ 3”

(ภาพซ้าย) เปตรอฟขณะขึ้นรับรางวัล Dresden Award ในปี 2014, (ภาพขวา) เปตรอฟกับโล่รางวัล World Citizen Award ที่เขาได้รับเมื่อปี 2004

โดยเปตรอฟไม่เคยเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น เนื่องจากกลัวว่าโซเวียตจะเสื่อมเสียชื่อเสียงที่มีเทคโนโลยีที่ทำงานผิดพลาด จนกระทั่งปี ค.ศ.1998 เมื่อบันทึกของอดีตนายทหารระดับสูงของโซเวียตถูกเผยแพร่ นั่นทำให้ทั่วโลกได้รับรู้ถึงความกล้าหาญของเปตรอฟและทำให้เขาได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมากมายในเวทีระดับโลก

อย่างไรก็ตาม แม้ทั่วโลกจะสดุดีในความกล้าหาญของเปตรอฟ แต่ในรัสเซียเขาไม่เคยได้รับการพูดถึงใด ๆ เลย ซึ่งในช่วงบั้นปลายชีวิต เปตรอฟอาศัยอยู่ในบ้านพักย่านชานเมืองมอสโกเพียงคนเดียว ก่อนจะเสียชีวิตในเดือนพฤษภาคม ปี 2017 ซึ่งข่าวการเสียชีวิตของเขามีเพียงครอบครัวเท่านั้นที่รู้ และไม่มีสื่อในประเทศนำเสนอข่าวแต่อย่างใด โดยหลังจากนั้น 4 เดือนจึงมีการเปิดเผยข่าวการเสียชีวิตของเขาให้ทั่วโลกโดยเพื่อนชาวเยอรมันของเขานั่นเอง

เพิ่มเพื่อน