พบโบราณสถานมายามากกว่า 60,000 แห่ง ด้วยเทคโนโลยีแสงเลเซอร์ที่ชื่อว่า “LiDAR”

อารยธรรมมายา (Mayans) ยังมีปริศนามากมายจนถึงปัจจุบัน แต่เนื่องจากป่าทึบในอเมริกากลาง ทำให้การค้นหาและขุดค้นเป็นเรื่องยากมาก แต่ล่าสุด นักวิจัยได้ใช้เทคโนโลยีการสำรวจด้วยเลเซอร์ ทำให้สามารถค้นพบสิ่งก่อสร้างที่คาดว่าคือโบราณสถานในอารยธรรมมายา ที่มีมากกว่า 60,000 แห่ง

1. เทคโนโลยีการสำรวจด้วยแสงเลเซอร์นี้ชื่อว่า LiDAR (ไลดาห์) หรือ “การตรวจจับและจัดเรียงด้วยแสง” ด้วยการสนับสนุนขององค์กร PACUNAM ซึ่งไม่แสวงหากำไร โดยได้ทำการตรวจสอบในพื้นที่ 800 ตารางไมล์ของป่าทึบในกัวเตมาลา

2. ผลการสำรวจทำให้พบโบราณสถานกว่า 60,000 แห่งกระจายเป็นวงกว้าง ทำให้ข้อสันนิษฐานเดิมที่ว่า อาณาจักรมายา อาจเคยมีประชากรอาศัยอยู่ราว 1-2 ล้านคน เปลี่ยนแปลงไป เพราะขนาดของเมือง อาจจะมีประชากรมากถึง 20 ล้านคน

3. สิ่งก่อสร้างที่พบไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นว่า โบราณสถานแต่ละแห่งเชื่อมโยงกันเป็นเมืองขนาดใหญ่ แต่ยังปรากฎว่า มีทางหลวง ป้อมปราการ และฟาร์มที่กว้างใหญ่ ซึ่งเป็นการผลิตในระดับอุตสาหกรรม จึงเปลี่ยนแปลงสมมติฐานที่ว่า อารยธรรมที่ซับซ้อน ไม่สามารถเติบโตได้ในประเทศเขตร้อน เพราะชาวมายาสามารถทำได้แล้วนั่นเอง

4. การสำรวจนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น (เริ่มเมื่อต้นปี 2020) แต่กลับได้ข้อมูลที่น่าทึ่งมามากมาย ซึ่งตามแผนการจะทำการสำรวจต่อเนื่อง 3 ปี ในพื้นที่ 5,000 ตารางไมล์บนที่ราบสูงกัวเตมาลา และอาจพบอะไรที่ไม่น่าเชื่ออีกมาก

5.สิ่งปลูกสร้างกว่า 60,000 ข้างต้น ยังรวมถึง สถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมของชาวมายันอีกด้วย ทั้ง แท่นบนลานกว้าง และแท่นบนพีรามิด ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ตอนนี้ยืนยันแล้วว่าพบทั้งหมด 4 แห่ง

ทั้งนี้ การทำงานของ LIDAR จะเหมือนกับเรดาร์ แต่มีความละเอียดสูงกว่า เพราะใช้วิธียิงแสงเลเซอร์ออกไปแล้ววัดการสะท้อนกลับมาว่าวัตถุนั้นอยู่ไกลแค่ไหน เพื่อนำข้อมูลไปสร้างโมเดล 3 มิติของสภาพแวดล้อม

Fact – อารยธรรมมายา เคยเจริญรุ่งเรืองในช่วง 500 ปีก่อนคริสตกาล มาจนถึง ค.ศ.1502 มีความแปลกประหลาดหลายอย่าง อาทิ พวกเขาใช้อักษรภาพในการบันทึกเรื่องราว มีความรู้ด้านการคำนวณและดาราศาสตร์ มีปฏิทิน รู้จักเลขศูนย์ รู้จักการค้าขาย การสร้างสิ่งก่อสร้าง และผังเมือง ตลอดจนการสลักหิน แต่ไม่รู้จักล้อรถและการถลุงแร่ ซึ่งหมายความว่า พวกเขาดำรงชีวิตเหมือนมนุษย์ยุคหิน ซึ่งใช้อาวุธทำจากไม้ กระดูกสัตว์ และหิน นอกจากนี้ พวกเขายังนับถือเทพเจ้าหลายองค์ และใช้การสังเวยด้วยเลือดและชีวิตของมนุษย์

ซึ่งทีมงานเชื่อว่า หากโครงการ LiDAR ทำการสำรวจด้วยเทคโนโลยีสุดเจ๋งนี้ไปเรื่อย ๆ จะต้องตอบคำถามที่ยังค้างคาอยู่ได้หลายเรื่องแน่นอน เช่น การบูชายัญที่น่าจะมีมากกว่าการตัดหัวแล้วปล่อยให้เลือดไหลลงมาจากแท่นบูชา เพราะแม้จะไม่ใช้เทคโนโลยี นักโบราณคดีก็ค้นพบแล้วว่า บางครั้งพวกเขาก็บูชายัญโดยการสังหารหมู่เด็ก ๆ พร้อมกันหลาย ๆ คนเลยล่ะ

อ่านต่อ – ตำนานที่มีอยู่จริง นักโบราณค้นพบ “บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์” ใต้พีระมิดของชาวมายา