นี่คือ “ไข่ฉลาม” วัตถุประหลาดที่ผู้คนเรียกมันว่า “กระเป๋านางเงือก” (เมอร์เมด-เพิร์ซ)

โดยส่วนใหญ่แล้วฉลามมักจะออกลูกเป็นตัว (Viviparity) แต่บางสายพันธุ์ก็ออกลูกเป็นไข่ (Oviparity) เช่น ฉลามเสือดาว ฉลามทราย โดยไข่ฉลามของฉลามจะถูกหุ้มด้วยเปลือกไข่ที่มีลักษณะคล้ายทรงสี่เหลี่ยม มีเส้นใยปลายแหลมทั้ง 2 ด้าน (ตามภาพด้านล่าง) ซึ่งผู้คนในอดีตไม่รู้จักวัตถุหน้าตาประหลาดนี้มาก่อน จึงตั้งชื่อให้มันว่า “กระเป๋านางเงือก” (Mermaid Purse)

ซึ่งไม่ได้มีเพียงฉลามเท่านั้นที่สามารถออกลูกเป็นไข่ได้ แม้กระทั่งกระเบนราหูหรือกระเบนทั่วไปก็สามารถออกไข่หน้าตาประหลาดแบบนี้ได้เหมือนกัน

โดยโครงสร้างของกระเป๋านางเงือกทำจากโปรตีนคอลลาเจน มีขนาด 5-20 เซนติเมตร (ขึ้นอยู่กับชนิดและสายพันธุ์) ภายในมีของเหลวที่เป็นสารอาหารสำหรับการพัฒนาตัวอ่อน ซึ่งเส้นใยปลายแหลมทั้ง 2 ข้างมีไว้เพื่อยึดถุงกับพื้นทะเล โดยตัวอ่อนจะใช้เวลาพัฒนาอยู่ในนั้นนาน 10-15 เดือน ซึ่งเมื่อโตเต็มที่ลูกฉลามจะมุดออกจากกระเป๋าและใช้ชีวิตต่อไปด้วยตัวมันเอง

เราสามาถพบกระเป๋านางเงือกได้ตามชายหาดทั่วไป และมีความเป็นไปได้ที่จะพบตัวอ่อนฉลามที่ยังไม่ได้ฝักตัวออกมา (ซึ่งบางสายพันธุ์จะไม่ได้มีความโปร่งใส แต่ก็มีวิธีตรวจสอบง่าย ๆ คือให้นำไปส่องผ่านแสงแดดจะทำให้มองเห็นภายในของมันได้) หากพบว่ามันยังมีชีวิตอยู่ให้วางลงในทะเลอย่างเบามือและความเลือกสถานที่ที่พ้นจากแนวคลื่นชายฝั่งสักระยะหนึ่งครับ

เพิ่มเติม – แม้ฉลามจะเป็นนักล่าแห่งท้องทะเล แต่ปัจจุบันมันกลับเป็นสัตว์ทะเลที่ถูกคุกคามมากที่สุดในโลก โดยองค์การอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ระบุว่า ความนิยมทานซุปหูฉลาม ทำให้มูลค่าการตลาดของฉลามเพิ่มขึ้น จึงเป็นแรงพลักดันให้เกิดการล่าฉลามอย่างหนัก จนจำนวนประชากรของฉลามลดลงจากปี 1990 มากกว่า 90 % และถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ใกล้สูญพันธุ์

Fact – หากฉลามสูญพันธุ์จะเกิดอะไรขึ้น ? คำตอบ : ระบบนิเวศทางทะเลจะเสียหาย ประชากรปลาและเต่าจะล้นทะเล ซึ่งนั่นมีผลทำให้ระดับออกซิเจนในทะเลลดต่ำลง จนสัตว์ทะเลบางชนิดอาจไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ เพราะ เต่าและปลาจะกิน สาหร่ายทะเลที่เป็นเป็นแหล่งผลิตออกซิเจนจนหมดเกลี้ยง