ภาวะเกลียดเสียง (Misophonia) – ทำให้คุณคลุ้มคลั่ง เมื่อได้ยินเสียงรบกวน

คุณเคยรำคาญเสียงเคี้ยวอาหารของเพื่อน จนอยากทุบหลังให้ดังแอ้กหรือไม่ ? ถ้าใช่ คุณอาจมี “ภาวะเกลียดเสียง” (Misophonia) ความผิดปกติที่ถูกกระตุ้นด้วยเสียงอันน่ารำคาญ ใครสงสัยว่าตัวเองมีภาวะนี้ลองอ่านกันดูนะครับ

misophonia

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Science Alert ประจำวันที่ 13 เมษายน 2020 ให้นิยามของภาวะเกลียดเสียงหรือมีโซโฟเนีย (Misophonia) ไว้ว่า มันคือการตอบสนองของอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลนั้นได้ยินเสียงรบกวน โดยเสียงรบกวนที่สามารถก่อให้เกิดภาวะนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากการกระทำของบุคคลรอบข้าง เช่น เสียงเคี้ยวอาหาร, เสียงผิวปาก, เสียงกัดฟัน หรือเสียงกรน เป็นต้น หรือในที่นี้อาจหมายถึงเสียงที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนทำให้เกิดการกระตุ้นทางอารมณ์ เช่น เสียงพิมพ์ดีด/คีย์บอร์ด, เสียงถุงพลาสติกกระทบกัน เป็นต้น เมื่อผู้ที่มีภาวะเกลียดเสียงได้ยินเข้า จะทำให้เกิดอารมณ์ฉุนเฉียวหรือหงุดหงิดได้

ภาวะเกลียดเสียง ถูกจัดให้เป็นความผิดปกติหนึ่งตั้งแต่ปี 2000 เพียงแต่การศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับมันมีอยู่น้อยมาก อีกทั้งยังไม่มีระบุไว้ในระบบการวินิจฉัยเชิงสถิติของสภาพจิตใจ (DSM-5) แต่จากงานวิจัยฉบับหนึ่งของวารสาร Journal of Clinical Psychology ในปี 2014 เผยว่า ผู้ที่มีภาวะเกลียดเสียงอาจมีจำนวนมากถึง 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมด และจากงานวิจัยของ Australasian Psychiatry ในปี 2015 ยังกล่าวว่าภาวะนี้มีอาจเกี่ยวข้องกับโรคทางจิต โดยเฉพาะโรควิตกกังวลหรือโรคย้ำคิดย้ำทำด้วย

ส่วนกลไกของการเกิดความผิดปกติทางอารมณ์ หลังจากที่ถูกกระตุ้นด้วยเสียงนั้น จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยนิวแคสเซิล ปี 2017 ได้ทดลองหาความเกี่ยวข้องของสมองกับเสียงรบกวน พบว่าไม่ว่าจะเป็นกลุ่มควบคุมที่บอกว่าตนเองไม่มีภาวะเกลียดเสียง หรือกลุ่มทดลองที่ทราบว่าตนเองมีภาวะเกลียดเสียง หลังถูกกระตุ้นด้วยเสียงรบกวน ทั้งเสียงเคี้ยวอาหาร, เสียงหวีดของกาต้มน้ำ หรือเสียงหายใจดัง ๆ ไม่ได้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในเรื่องของพฤติกรรมที่แสดงออกมา แต่สิ่งที่แตกต่างกันของคนทั้ง 2 กลุ่มนี้ คือกลุ่มทดลองที่มีภาวะเกลียดเสียงอยู่เดิม หลังได้ยินเสียงจะมีอัตราการเต้นหัวใจเพิ่มขึ้น และมีค่าความต่างศักย์ของไฟฟ้าบนผิวหนังเพิ่มขึ้นด้วย

misophonia

นอกจากนี้ เมื่อศึกษาลึกลงไปในสมองด้วยระบบสแกน พบว่าในกลุ่มที่มีภาวะเกลียดเสียง จะมีการกระตุ้นสมองส่วนหน้าและส่วนอินซูลาร์คอร์เท็กซ์ด้านหน้า (Anterior insular cortx – AIC) ซึ่งส่วนของอินซูลาร์คอร์เท็กซ์ จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการจัดการสิ่งที่เข้ามาในสมอง รวมไปถึงการจัดการอารมณ์

ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ล่ะครับ ในกลุ่มควบคุมที่ไม่มีภาวะเกลียดเสียง เมื่อได้ยินเสียงรบกวนแล้วสมองส่วน AIC จะถูกกระตุ้นก็จริง แต่การส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนหน้าไม่ได้มีความผิดปกติใด ๆ ตรงกันข้ามกับกลุ่มที่มีภาวะเกลียดเสียง หลังจากได้ยินเสียงแล้ว ทั้งสมองส่วนหน้าและส่วน AIC จะถูกกระตุ้น แถมยังพบการกระตุ้นในสมองอีกหลายส่วน ได้แก่ Ventromedial prefrontal cortex (vmPFC), ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) และอะมิกดาลา (Amygdala)

และนั่นทำให้นักวิจัยทราบว่า เมื่อได้ยินเสียงรบกวนแล้ว สมองของผู้มีภาวะเกลียดเสียงจะเกิดการตอบสนองแบบ “สู้หรือหนี” (Fight or Flight) ซึ่งมันคือการตอบสนองตามสัญชาตญาณเวลาตกอยู่ในสภาวะคับขัน แม้อาการที่แสดงออกมาจะไม่รุนแรงเหมือนเวลาตกอยู่ในสภาวะคับขันของจริง แต่ภาวะเกลียดเสียงแล้วดันได้ยินเสียงรบกวนก็มากพอที่จะทำให้หัวใจของคุณเต้นเร็วขึ้น และส่งผลต่อสภาวะทางอารมณ์ได้นั่นเองครับ

misophonia

สรุป – สำหรับนักวิทยาศาสตร์แล้ว การค้นพบกลไกการตอบสนองของสมองในบุคคลที่มีภาวะเกลียดเสียง ช่างเป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าตื่นเต้นยิ่งนัก น่าเสียดายที่เรายังไม่ทราบวิธีรักษาหรือแก้ไข แต่มันอาจช่วยให้คนอื่น ๆ เข้าใจคุณมากขึ้น หากคุณมีภาวะนี้แล้วอธิบายให้คนรอบข้างฟังอย่างเข้าใจ อย่างน้อยมันอาจจะช่วยให้เขาหุบปากเวลาเคี้ยวอาหาร เพื่อให้เสียงมันเบาลงก็เป็นได้

Fact – ตำแหน่งสำคัญของการกระตุ้นการตอบสนองแบบ “สู้หรือหนี” คือสมองส่วนอะมิกดาลา (Amygdala) สมองส่วนนี้จะรับรู้ถึงความกลัวที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ตรงหน้า จากนั้นจะส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนอื่น กระตุ้นระบบประสาทซิมพาเธติก และจำลองสภาวะคล้ายความเครียดขึ้นมา เพื่อให้เกิดการจัดการอย่างเหมาะสม