รู้จักกับ “Wandering Meatloaf” สิ่งมีชีวิตชนิดแรกของโลก ที่เติบโตมามีฟันเป็นเหล็ก

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น ได้ค้นพบแร่ฟอสเฟตชนิดหนึ่ง เรียกว่า “แซนตาบาร์บาไรต์” (Santabarbaraite) ภายในฟันของ “หอยไคตัน” (Chiton) เป็นหอยที่มาหน้าตาคล้ายเมนูมีทโลฟยังไงยังงั้น โดยแร่ที่ว่านี้ยังไม่เคยถูกพบในสิ่งมีชีวิตชนิดใดมาก่อน

หอยไคตัน (ภาพซ้าย), เมนูมีทโลฟ (ภาพขวา)

ก่อนอื่นมารู้จักกับสิ่งมีชีวิตชนิดนี้กันสักนิด – “ไคตัน” เป็นหอยชนิดหนึ่งจัดอยู่ในไฟลัม Mollusca (ไฟลัมเดียวกับหมึก) และอยู่ในวงศ์ Acanthochitonidae โดยสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดคือ Wandering Meatloaf ยาวได้สูงสุด 36 เซนติเมตร หนักได้มากสุด 2 กิโลกรัม มีรูปร่างเป็นวงรี ลำตัวมีเปลือกเรียงกันอยู่ 8 แผ่น เรียกว่า “วาล์ว” พวกมันกระจายพันธุ์อยู่ทั่วโลก สามารถพบได้ทั้งในเขตน้ำตื้นหรือน้ำลึก

ซึ่งสิ่งที่โดดเด่นมาก ๆ ของไคตันคือ “ฟัน” เนื่องจากมีส่วนผสมของ “แมกนีไทด์” ซึ่งเป็นแร่เหล็กที่พบได้ในสัตว์ไม่กี่ชนิด สะสมอยู่ตรงปลายแหลมของกระดูกฟัน เรียงตัวกันเป็นแนวยาวหลายสิบแถวอยู่บน “เรดูลาร์” (อวัยวะคล้ายลิ้น) ที่ยืดหยุ่นและอ่อนนุ่ม นี่จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ไคตันสามารถขูดสาหร่ายทะเลออกจากหินได้ แม้ว่ามันจะต้องบดเคี้ยวก้อนหินไปด้วยก็ตาม โดยฟันของไคตันยังแข็งแกร่งกว่าฟันของมนุษย์ถึง 3 เท่าอีกด้วย

ภาพซูมฟันของหอยไคตัน

ทว่างานวิจัยล่าสุด (2021) ยังพบความน่าทึ่งเกี่ยวกับฟันของไคตันอีกครั้ง โดยนักวิจัยพบว่า หอยชนิดนี้มีแร่เหล็กที่หายากมาก ๆ คือ “แซนตาบาร์บาไรต์” ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นตรงที่มีความหนาแน่นต่ำ มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงมาก ถือเป็นวัสดุชีวภาพที่อาจแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีในธรรมชาติเลยทีเดียว

โดยนักวิจัยได้ทำการวิเคราะห์ด้วยเทคนิคขั้นสูงผ่านกล้องจุลทรรศน์และสเปกโทรสโกปี (การศึกษาส่วนประกอบของสารด้วยการแผ่รังสี) ผลปรากฏว่าพบแร่ชนิดนี้กระจายอยู่ทั่ว “สไตลัส” (โครงสร้างลักษณะยาวเป็นโพรงทำหน้าที่เหมือนรากฟันเพื่อเชื่อมฟันเข้ากับเรดูลาร์) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวส่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับรากฟัน ด้วยเหตุนี้นักวิจัยจึงไม่แปลกใจว่าทำไมพวกมันถึงสามารถเคี้ยวหินได้

 

เดิร์ก โจสเตอร์ (Derk Joester) นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น กล่าวว่า “มันเป็นการค้นพบที่น่าทึ่งมาก แม้เราจะรู้ว่าไคตันมีส่วนประกอบภายในร่างกายที่น่าอัศจรรย์ขนาดไหน แต่กลไกบางอย่างยังคงต้องได้รับการศึกษาต่อ ทั้งนี้ ความรู้ที่ได้จากการศึกษาโครงสร้างภายในร่างกายของพวกมันทำให้เราสามารถนำไปพัฒนาเครื่องมือในทางวิศวกรรม หรือแม้กระทั่งสารเคลือบในรากฟันเทียม”

นอกจากกลไกที่โดดเด่นภายในไฟของไคตันแล้ว พวกมันยังมีจุดเด่นตรงที่ เมื่อถูกกระแสน้ำพัดผ่อนไปเกาะบนโขดหิน มันจะใช้แรงดึงดูดสุญญากาศในการยึดเกาะตัวเองกับพื้นผิว ซึ่งแน่นหนาจนแทบจะแกะพวกมันออกจากโขดหินไม่ได้เลยทีเดียว