นักวิจัย “จำลองใบหน้า 3 มิติ” มัมมี่เด็กอายุ 2,000 ปี ที่สแกนแล้วเหมือนภาพติดหน้าโลงเป๊ะ !

เมื่อช่วงศตวรรษที่ 1-3 ในสมัยอียิปต์-โรมัน ชาวอียิปต์นิยมวาดภาพใบหน้าของมัมมี่ขณะยังมีชีวิตติดไว้ที่หน้าโลงศพ ซึ่งเป็นศิลปะที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาวโรมัน ซึ่งภาพวาดเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า “ฟายัม-พอทเทรท” (Fayum Portraits) ด้วยความท้าทายทางด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ นักวิจัยจึงตั้งคำถามว่า “ภาพวาดที่ติดอยู่นั้นเหมือนกับมัมมี่ตัวจริงแค่ไหน ?”

เพื่อหาคำตอบของคำถาม : กลางปี 2020 ทีมนักวิจัยยุโรปจึงทำการ CT สแกน มัมมี่เด็กอายุ 2,000 ปี เพื่อสร้างภาพใบหน้า 3 มิติขึ้น จนได้คำตอบว่า ภาพวาดกับมัมมี่ตัวจริงนั้นคล้ายคลึงกันมาก โดยวัดจากความกว้างของหน้าผาก + ระยะห่างจมูกกับปาก + กรอบตาที่กลมโต แต่จุดที่ต่างกันคือความกว้างของสะพานจมูก ที่ในภาพวาดจะแคบกว่าความเป็นจริง และดูเหมือนในภาพวาดจะแก่กว่าเล็กน้อย เพราะจากการวิเคราะห์โครงสร้างกะโหลกศรีษะและฟัน พบว่ามัมมี่เด็กคนนี้มีอายุราว 3-5 ขวบ แต่ภาพวาดนั้นดูเหมือนจะมีอายุ 8-10 ขวบ

นอกจากนี้การทำ CT สแกน ยังทำให้นักวิจัยทราบอีกว่า เด็กคนนี้เสียชีวิตด้วยโรคปอดบวม เนื่องจากพบเนื้อเยื้อบริเวณช่องปอดที่ขยายตัวอัดแน่น และยังพบว่าสมองและอวัยวะบริเวณช่องท้องถูกนำออกจากร่างไป ซึ่งเป็นวิธีการทำมัมมี่ปกติของชาวอียิปต์โบราณ

อันเดรส เนอร์ลิค นักวิจัยจากสถาบันวิจัยมิวนิค ผู้ทำการสร้างแบบจำลอง 3 มิติ ในครั้งนี้ กล่าวกับ Live Science ว่า “การสร้างใบหน้าของมัมมี่นั้นขี้นอยู่กับรูปร่างของกะโหลกศรีษะและฟัน แต่สีผิวกับลักษณะเส้นผมนั้นขึ้นอยู่กับจินตนาการของผู้สร้าง โดยในการสร้างมัมมี่เด็กตัวนี้เราอิงกับรูปวาดบนหน้าโลง”

อย่างไรก็ตาม ภาพวาดที่ติดอยู่หน้าโลงอาจไม่ได้เหมือนกับตัวจริงของมัมมี่เสมอไป เพราะบางครั้งศิลปินไม่ได้วาดภาพมัมมี่จากศพที่เสียชีวิต แต่วาดขณะที่คน ๆ นั้นยังมีชีวิต ซึ่งอาจจะวาดตอนหนุ่มที่ยังมีชีวิตอยู่แล้วนำรูปไปใช้ในตอนชราเมื่อเสียชีวิตก็เป็นได้

ปัจจุบัน นักโบราณคดีสามารถเก็บรวบรวมภาพวาดมัมมี่ในยุคอียิปต์-โรมันได้กว่า 1,000 รูปภาพ แต่มีเพียง 100 ภาพเท่านั้นที่ติดอยู่ที่หน้าอยู่โลงศพ โดยจัดแสดงอยู่ตามพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ทั่วโลก ส่วนมัมมี่เด็กที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ถูกจัดเก็บอยู่ ณ พิพิธภัณฑ์อียิปต์มิวนิค ประเทศเยอรมันครับ

สรุป – สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจจริง ๆ ก็คือ ฝีมือการวาดภาพของศิลปินในยุคนั้น ที่ถูกท้าทายโดยวิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบันว่า ภาพวาดจะเหมือนกับตัวจริงแค่ไหน ? ซึ่งผลก็คือ เหมือนตัวจริงมากเพียงแต่ในภาพวาดจะดูแก่กว่าความเป็นจริงเล็กน้อย

Fact – วัฒนธรรมการสร้างมัมมี่ไม่ได้เริ่มต้นมาจากชาวอียิปต์ แต่เริ่มจากชนเผ่าชินคอร์โร ประเทศชิลี ที่เริ่มตั้งแต่ 5,000 ปีก่อนคริสตกาล (เก่าแก่กว่ามัมมี่อียิปต์ถึง 2,000 ปี) นั่นหมายความว่า “มัมมี่ที่เก่าที่สุดในโลก” คือมัมมี่ของชินคอร์โร เพราะมีอายุกว่า 7,000 ปี นั่นเอง