ปริศนา “วงแหวนนางฟ้า” (Fairy Rings) แห่งทะเลทรายสุดแห้งแล้ง-นามิบ (ที่อยู่ติดกับทะเล)

สุดขอบชายฝั่งประเทศนามิเบียคือที่ตั้งของ “ทะเลทรายนามิบ” (Namib Desert) ทะเลทรายที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีอายุประมาณ 55 ล้านปี โดยคำว่านามิบในภาษานามะ (Nama-ภาษาถิ่นของชาวนามิเบีย) แปลตรงตัวว่า “พื้นที่ว่างเปล่า” แต่ในความว่างเปล่านั้นกลับมีปริศนาลึกลับที่ชื่อว่า “วงแหวนนางฟ้า” (Fairy Rings)

ภาพเนินทรายที่สูงที่สุดในโลกในทะเลทรายนามิบ ชื่อ “Dune 7” ที่มีความสูงเกือบ 400 เมตร

ก่อนจะไปแก้ปริศนามารู้จักกับทะเลทรายนามิบกันก่อน โดยทะเลทรายแห่งนี้มีพื้นที่กว่า 81,000 ตารางกิโลเมตร ทอดตัวยาวตลอดแนวชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก กินพื้นที่กว่า 3 ประเทศ ตั้งแต่ทางตอนใต้ของแองโกลา-ผ่านนามิเบีย-ไปจนถึงทางตอนเหนือของแอฟริกาใต้ ซึ่งชายฝั่งของทะเลทรายนามิบมีชื่อเรียกว่า “หาดโครงกระดูก” (Skeleton Coast-ยาว 2,000 กิโลเมตร) หรืออีกชื่อคือ “ชายหาดมรณะ” เนื่องจากตลอดชายหาดนั้นจะเต็มไปด้วยซากเรืออับปางนับพันลำและโครงกระดูกของวาฬจำนวนมากที่ถูกซัดขึ้นมาเกยฝั่งตลอดระยะเวลาหลายร้อยปี โดยจะพบซากเหล่านี้นอนเรียงรายกันทุก ๆ 3 กิโลเมตร

ส่วนสาเหตุที่มีเรืออับปางบริเวณนี้บ่อยนั่นเพราะ ณ ชายฝั่งทะเลทรายนามิบนั้นเต็มไปด้วยหมอกหนา ที่เกิดจากความร้อนของทะเลทรายปะทะกับความเย็นจากน้ำทะเลในมหาสมุทรแอตแลนติก ทำให้การเดินเรือเป็นไปด้วยความยากลำบาก + กระแสน้ำและคลื่นลมแรงเรือจึงอับปางลงได้ง่ายนั่นเอง

ทะเลทรายนามิบเป็นทะเลทรายแห่งเดียวในโลกที่ติดกับมหาสมุทร

โดยทะเลทรายนามิบเป็นดินแดนที่มีสภาพแวดล้อมสุดขีดจนมนุษย์ไม่สามารถอยู่อาศัยได้ เนื่องจากในตอนกลางวันจะมีอุณหภูมิสูงถึง 45 องศาเซลเซียส ส่วนตอนกลางคืนอุณหภูมิจะลดต่ำลงกว่าจุดเยือกแข็ง เป็นพื้นที่แห้งแล้งที่มีฝนตกเฉลี่ยเพียงปีละ 2 มิลลิเมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าน้ำเพียงไม่กี่หยดสำหรับที่นี่นั้นมีค่ามากกว่าเพชรเสียอีก

ทว่าแม้มนุษย์จะไม่สามารถอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมแห้งแล้งแบบนี้ได้ แต่ในทางกลับกันสัตว์หลายชนิดกลับสามารถปรับตัวและอาศัยอยู่ได้อย่างสบาย ตัวอย่างเช่น นกกระจอกเทศเพิ่มอุณหภูมิร่างกายเพื่อลดการสูญเสียน้ำ หรือตัวออริกซ์ที่สามารถอยู่รอดได้นานหลายสัปดาห์โดยไม่ดื่มน้ำแต่อาศัยน้ำจากอาหารที่พวกมันกิน (พืชหัวและรากไม้ที่มีน้ำเยอะ)

กลับมาไขปริศนาแห่งนามิเบียกัน “วงแหวนนางฟ้า” (Fairy Ring) คือปรากฏการณ์ธรณีสัณฐาน (Landforms) ที่หญ้าขึ้นเรียงตัวกันเป็นวงกลม กระจายตัวอยู่ทั่วทะเลทราย มีขนาดสุดมีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 1.5 เมตร ไปจนถึงใหญ่สุดถึง 25 เมตรเลยทีเดียว โดยวงแหวนนี้จะเกิดขึ้นใหม่ทุกครั้งที่มีฝนตกและจะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อมองลงมาจากที่สูง ชาวฮิมบาชนพื้นเมืองของนามิเบียเชื่อว่า “นี่คือร่องรอยการประทับของเทพเจ้า” แต่บ้างก็ว่าเกิดจากยูเอฟโอ

ปริศนานี้เป็นที่ถกเถียงกันมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ จนกระทั่งในปี 2017 ยูจีน มาเรส์ (Eugene Marais) นักกีฏวิทยาจากสถาบันวิจัยนามิเบีย อธิบายเรื่องนี้ไว้ว่า มี 2 ความเป็นไปได้หลัก ๆ 1.เกิดจากปลวกที่สร้างรังเป็นวงแหวนอยู่ใต้ดิน ทำให้เมื่อมีฝนตกบริเวณดังกล่าวจะสามารถกักเก็บน้ำได้มากกว่าบริเวณอื่น พืชจึงขึ้นเรียงตัวเป็นวงแหวนตามแนวรังปลวกใต้ดิน

แต่ข้อที่หนึ่งนี้ก็ต้องตกไปเพราะบางพื้นที่ที่ไม่มีปลวกก็เกิดวงแหวนนางฟ้านี้เช่นกัน นั่นจึงนำไปสู่ความเป็นไปได้ข้อที่ 2 นั่นคือ “ปรากฏการณ์การจัดเรียงตัวของพืช” (Vegetation Self-Organisation) เนื่องจากทะเลทรายนามิบมีความแห้งแล้งมาก ทำให้พืชเกิดการแย่งชิงอาหารใต้ดิน ส่งผลให้พืชบางส่วนขาดแคลนอาหารจนแห้งตายและสลายไป จึงเกิดเป็นช่องว่างที่มีหย่อมตรงกลาง-ดูเหมือนวงแหวนอย่างที่เห็นนั่นเอง (แต่ทั้ง 2 ข้อนี้ก็เป็นเพียงความเป็นไปได้ ยังไม่มีนักวิชาการคนใดออกมายืนยันข้อใดข้อหนึ่งจนกลายเป็นทฤษฎีของคำตอบที่แท้จริง…จบ)