NASA เชิญ SpaceX และ Blue Origin เข้าร่วมภารกิจพิชิตดวงจันทร์อีกครั้ง

โครงการ Artemis (อาเทมิส) ถือกำเนิดขึ้นได้ หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald John Trump) ออกคำสั่งโดยตรงให้ NASA รื้อฟื้นภารกิจส่งนักบินอวกาศขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง ภายในปี 2024 หลังการไปเยือนครั้งแรกในโครงการ Apollo

ก่อนหน้านี้ NASA เคยประกาศรายชื่อบริษัทเอกชน 9 บริษัท ซึ่งจะเข้าร่วมโครงการ Artemis มาก่อนแล้ว ตั้งแต่ปี 2018

แต่เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2019 ที่ผ่านมา ก็มีการ ประกาศรายชื่อ เพิ่มอีก 5 บริษัท ประกอบด้วย Sierra Nevada Corp, Ceres Robotics, Tyvak Nano-Satellite Systems แต่ที่น่าจับตามองมากที่สุดแน่นอนว่าหนีไม่พ้น SpaceX ของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) และ Blue Origin ของ เจฟ เบโซส (jeff bezos)

“บริษัทอวกาศของเอกชนสัญชาติอเมริกันเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ต่างก็เข้าร่วมประมูลไอเดียในโครงการอาเทมิสหมดแล้ว” จิม บริเดนสตีน ผู้อำนวยการองค์การนาซา กล่าวในแถลงการณ์

“การขยายจำนวนบริษัทที่เข้าร่วมโครงการส่งยานไปบนพื้นผิวดวงจันทร์ ไม่เพียงแค่ช่วยให้เทคโนโลยีพัฒนาก้าวหน้าไปอยางรวดเร็ว แต่มันยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับ NASA และผู้เสียภาษีอีกด้วย”

จากการเข้าร่วมเพิ่มเติม ทำให้ปัจจุบัน มีบริษัทเอกชนเข้าร่วมในโครงการ Artemis รวมทั้งสิ้น 14 บริษัทจากทั่วประเทศ และคาดการณ์ว่าการไปเยือนดวงจันทร์คราวนี้จะยิ่งใหญ่มากทีเดียวครับ

เพราะบริษัทที่เข้าร่วมต่างก็มีไอเดียและจุดแข็งของตัวเองแตกต่างกันไป ตั้งแต่ยานใหญ่ยักษ์อย่าง Starship ของ SpaceX ไปจนถึงยานโรเวอร์สำรวจดวงจันทร์มากมายหลายรูปแบบ หรือแม้แต่โครงข่ายดาวเทียมเล็กจิ๋วระดับนาโนของบริษัท Tyvak

NASA วางแผนที่จะใช้งบประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 7.5 หมื่นล้านบาท) ในการเซ็นสัญญากับบริษัทที่เข้าร่วมการประมูลเสนอไอเดีย โดยที่โครงการ Artemis จะมุ่งเป้าไปที่การส่งนักบินอวกาศหญิงขึ้นเหยียบดวงจันทร์เป็นครั้งแรก ในปี 2024 ก่อนจะเริ่มแผนการสร้างฐานวิจัยและสถานที่อยู่อาศัยระยะยาวบนดวงจันทร์ใน 2028

Fact – เป้าหมายแรกสุดของโครงการ Apollo คือการส่งยานอวกาศที่สามารถบรรทุกคนได้ 3 คน ก่อนที่มันจะถูกเปลี่ยนเป้าหมายในปี 1961 โดยประธานาธิบดีเคนเนดี

อ่านต่อ – ทำไม ? พระจันทร์จึงกลายเป็นสีชมพู “Pink Moon” (เพราะชาวอินเดียนแดงในอดีต)